วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

“จิมมี ชวาลา”มหาเศรษฐีใจบุญหลั่งน้ำตา“ลุงหลวง”พระนักบุญผู้มีแต่ให้ละสังขาร-กู้ภัย ฯนับพันคน รวมตัวสดุดีเก็บจีวรไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ

02 เม.ย. 2023
3971

สาธารณะกุศลมาแล้วนับ 100 ล้านยังแค่เล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานกู้ภัยประชาร่วมใจ-ในขณะที่กู้ภัย 24 อำเภอ 2 จังหวัดรวมตัวกว่า 1,000 คนสดุดีขอเศษจีวรเก็บไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ
(2 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการบำเพ็ญบุญ บำเพ็ญกุศล พระบุญฤทธิ์ หงส์ประสาธน์ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิประชานร่วมใจ องค์การสถานองค์การสถานสาธารณกุศล (ลำดับที่ 694 )ที่มรภาละสังขารเมื่อเวลา 03.50 น.วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ร. รพ.ศิริราช รวมสิริอายุ 86 ปี 2 เดือน 1 วัน บรรดาศิษยานุศิยย์และลูกหลานยาติมิตร ได้อัญเชิญสรีระสังขารมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่อาคารศูนย์อำนวยการโครงการก่อสร้างตำหนักพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม ศูนย์ปฏิบัติธรรม และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยแห่งใหม่ มูลนิธิประชาร่วมใจ องค์การสถานสาธารณกุศล (ลำดับที่ 694 ) ถนนเฉลิมพระเกียรติ หมู่ที่ 2 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพระบุญฤทธิ์ หรือรู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม“ลุงหลวงประชาร่วมใจ” ได้สร้างหีบแก้วหรือ “โลงแก้ว” ไว้บรรจุสรีระสังขารของตัวเองไว้ก่อนหน้าแล้วตั้งแต่ปี 2565
ซึ่งการบำเพ็ญบุญ บำเพ็ญกุศลในคืนที่ผ่านมา ( 1 เม.ย.) โดยมีบรรดาเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจจาก 23 อำเภอของจังหงัดนครศรีธรรมราช และ อ.เขาพนม จ.กระยี่ ร่วม 1,000 คนมารวมตัวกันเคารพศพและเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม แม้พระบุญฤทธิ์ จะสั่งเสียไวว่าการบำเพ็ญกุศลศพตัวเองจะไม่เน้นให้พระเทศนาธรรม แต่ให้ใช้วิธีการ “บอกกล่าวเล่าเรื่องแทน” แต่บรรดาศิษยานุศิยย์และลูกหลานญาติมิตร ได้ตกลงกันว่าจะขอให้พระเทศนาธรรม 2 คืนในคืนวันที่ 7 และวันที่ ซึ่งในคืนวันที่1 เม.ย. นับเป็นคืนที่ 7 ของการบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล จึงนิมนต์พระราชปริยัติเวที “เจ้าคุณเจือ”เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) มาแสดงพระธรรมเทศนา

ในขณะที่เตรียมการเพื่อสวดพระอภิธรรมปรากฏว่านายจิมมี่ ชวาลา เศรษฐีใจบุญเมืองนครศรีธรรมราช ที่เคยบริจาคเงินและทรัพย์สินเพื่อสาธารณะกุศลมาร้อยกว่า 100 ล้านบาท และตามปกติจะนอนพักรักษาตัวต่อเนื่องที่ รพ.มหาราช ได้ขออนุญาตแพทย์ออกจาก รพ.ชั่วคราวเดินทางมาร่วมสวดพระอภิธรรมด้วย ศิษยานุศิยย์และลูกหลานญาตมิตร จึงเชิญให้เป็นประธานในพิธีและจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยหลังการสวดพระอภิธรรมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยประชาร่วมใจร่วม 1,000 คนได้ร่วมกันถ่ายภาพเก็บไว้เป็นบริเวณบันไดทางขึ้นก่อสร้างตำหนักพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม ศูนย์ปฏิบัติธรรม และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยแห่งใหม่ มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยนายจิมมี่ เข้าร่วมถ่ายรูปหมู่นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ของมูลนิธิประชาร่วมใจที่ก่อตั้งแผนกบรรเทาสาธารณภัยมาตั้งแต่ปี 2532 หรือ 34 ปีที่ผ่านมา
นายจิมมี่ ชวาลา กล่าวว่า พระบุญฤทธิ์ ประธานมูลนิธิประชาร่วมใจเป็นพระธรรมดาที่ไม่ธรรมดา โดยการก่อตั้งและบริหารดำเนินการหน่วยกู้ภัย ฯมาอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรมสูงมาก ที่สำคัญการถ่ายทอดจิตวิญญาณมาสู่พนักงานเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ฯให้มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจ เสียสละ อุทิศตนเพื่อคนอื่น ๆ เหมือน ๆ กันจากรุ่นสู่รุ่นตลอดระยะเวลา 33-34 ปี มีเจ้าหน้ที่และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจจนถึงปัจจุบันนับหมื่นคนทำได้ยากมาก แต่พระบุญฤทธิ์ สามารถทำได้ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และยอมรับทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นพระภิกษุนักบุญ พระผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรูปหนึ่งในบวรพระพุทธศาสนา ตนสัมผัสจริวัตรของพระบุญฤทธิ์ หรือ “ลุงหลวง”ของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมาโดยตลอด โดยครั้งหนึ่งตนรอดชีวิตมาได้จากไฟไหม้ห้างผาจิมมี่เมืองนคร เมื่อปี 2560 ตนพยายามวิ่งฝ่าเปลวไปผขึ้นไปช่วยน้าสาวที่ป่วยอัมพาตอยู่ชั้น 3 ตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ฯจากหลายสังกัด รวมมั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯมูลนิธิประชาร่วมใจ เข้าช่วยเหลือตนและน้าสาวส่ง รพ.มหาราช รอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์ แต่ได้สูดดมควันไฟเข้าไปในร่างกายจำนวนมากทำให้สุขภาพร่างกายไม่ปกติต้องนอนพักรักษาตัวที่ รพ.มหาราชอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
“ตนบริจาคเงินเพื่อการสาธารณกุศลในนามชาวนครศรีธรรมราช ทั้งการก่อสร้างโรงพบาลาล

จัดซื้อเครืองมือแพทย์ บูรณปฏิสังขรณ์ปลียอดทองคำพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช อาหารกลางวันและทุนการศึกษา และอื่น ๆอย่างต่อเนื่องนับร้อยล้านบาท แต่หากเปรียบเทียบกับพระบุญฤทธิ์ หงส์ประสาธน์ และเจ้หน้าที่ ฯอาสาสมัครกู้ภัยประชาร่วมใจแลวถือว่ายังน้อยกว่ากันมาก เพราะพระบุญฤทธิ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ได้ทุ่มเท เสียสละช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นอย่างเหนื่อยยาก ลำบาก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาตลอด ซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าเป็นตัวเงินมองหรือทรัพย์สินได้ “ผมขอขอบพระคุณทุกคนที่ช่วยเหลือผมละประชาชนทุกเชื่อชาติ ทุกศาสนา ขอให้ทุกคนรักษาความดีงามไว้ตลอดไป” ผมเป็นคนเชื่อชาติอินเดีย สัญชาติไทย บรรพบุรุษเขามาตั้งรกรากทำธุรกิจในจังหวัดนครศรีธรรมราชสืบต่อเนื่องกันมายวนานกว่า 100 ปีสำนึกในบุญคุณของผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินนครศรีธรรมราช กห่อนหน้านี้ตนป่วยแพทย์บอกว่าอยู่ได้ไม่เกิน 8 เดือน แต่ตนอยู่มาได้ถึง 11 ปี ไม่รู้ส่าจะเสียชีวิตเมื่อไหร่จึงตั้งใจที่จะแบ่งผลกำไรจากการทำธุรกิจของตระกูลให้กับชาวนครศรีธรรมราช ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายจิมมี่ กล่าวด้วยเสี่ยงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากการสวดพระอภิธรรมและถ่ายภาพหมู่ประวัติศาสตร์ร่วมกับนายจิมมี่ ชวาลา เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำจีวร ที่พระบุญฤทธิ์ ห่มช่วงนอนพักรักษาตัวและมรณภบุญฤทธิ์ ห่มร่างกายช่วงนอนพักรักษาตัวและมรณภาพละสังขารมาตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ นับพันชิ้นแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัย ฯรวมทั้งบุคคลทั่วไป เพื่อเก็บและพกพาติดตัวเป็นที่ระลึก และเตือนสติให้ตั้งมั่นในการทำความดี ละความชั่ว ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นสทบสานเจตนารมร์ของพระบุญฤทธิ์ หงส์ประสาธน์ หรือ “ลุงหลวง ประชาร่วมใจ”พระนักบุญ พระผู้ใหญ่ตลอดชีวิตในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ กว่า 66 ปี/พรรษา

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช