วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

“ธนาธร”บุกเมืองคอนช่วยผู้สมัครพรรคก้าวไกลหาสียงทั้ง 10 เขต-ชูนโยบายรัฐสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย

25 เม.ย. 2023
4533

(24 เม.ย.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล เดินทางไปร่วมกิจกรรมหาเสียงกับผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคก้าวไกล ทั้ง 10 เขต โดยมีนายสมชาย ฝั่งชลจิตร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล นายปกรณ์ อารีกุล (กำลังเกื้อ) ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.นครศรีธรรมราช เขต 1 เบอร์ 3 และนายพสุธน โมคคัลลา (กลับนุ้ย)ให้การต้อนรับ และเดินทางไปพบปะประชาชนในตลาดสดคูขวาง ต.ท่าวัง อ.เมือง ก่อนจะเปิดเวทีปราศรัยบนหลังคารถแห่ประชาสัมพันธ์หาเสียง โดยได้แนะนำตัวผู้สมัครในแขตเลือกตั้งที่ 1 และ เขต 2 รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ท่ามกลางผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดมายืนฟังการปราศรัยอย่างสนใจกว่า 300 คน

โดยนายธนาธร กล่าวว่า ตนเดินทางไปช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลในหลายจังหวัดทั่วประเทศ มีแต่คนหมดหวังกับการเมือง มีแต่คนไม่เชื่อว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ หลายคนบอกผมว่าธนาธรเลือกตั้งไปทำไม เลือกตั้งไปก็ชีวิตเหมือนเดิม เลือกตั้งไปก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมได้ยินคำพูดนี้มาโดยตลอด ซึ่งพรรคก้าวไกลมีนโยบายเรื่องรัฐสวัสดิการที่จะดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนแปลง แต่หากทำแบบเดิม ๆ รัฐสวัสดิการก็เกิดขึ้นไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนแปลงในการจัดสรรงบประมาณ ต้องไม่มีการทุจริตคอรัปชั่นเพราะในวันนี้การทุจริตคอรัปชั่นมันกินเงินภาษาไปกี่เปอร์เซนต์ ถ้าเราไม่มีคอรัปชั่นจะประหยัดงบประมาณได้จำนวนมาก งบประมาณเหลืออีกเท่าไหร่

“ประเทศไทยต้องสร้างรัฐสวัสดิการแม้จะมีแต่คนบอกว่าทำไม่ได้เพราะไม่มีงบประมาณ แต่พรรคก้าวไกลยืนยันว่าสามารถทำได้ ด้วยการปฏิรูประบบภาษี เก็บภาษีคนรวยให้มากกว่านี้เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ ดูแลคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ โดยพรรคก้าวไกลมีนโยบายเก็บภาษีความมั่งคั่ง ให้คนที่มีความร่ำรวยมั่งคั่ง บริษัทยักษ์ใหญ่จะต้องถูกเก็บภาษีมากกว่านี้ รวมทั้งการพิจารณาตัดโครงการต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นออกไป ก็จะมีงบประมาณเพียงพอนำมาใช้ในโครงการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์และใช้ในนโยบายรัฐสวัสดิการได้”

นายธนาธร กล่าวปราศรัย อีกว่าระบบสวัสดิการที่เป็นสิทธิสำหรับทุกคน ไม่ใช่การสงเคราะห์ ไม่ต้องมาพิสูจน์ความยากจนใด ๆทั้งสิ้น แต่รัฐดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ตั้งใจจะทำครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต ไม่ว่าเพิ่มสิทธิลาคลอดให้ 180 วัน มีเงินเดือนสนับสนุนการเลี้ยงดูลูกอายุ 0-6 ปี เดือนละ 1,200 บาท ทำไมเราจึงคิดอย่างนี้ 30 ปีที่แล้วประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ปีละ 1 ล้านคน 10 ปีที่แล้วมีเด็กเกิดใหม่ 8 แสนคน แต่วันนี้เด็กเกิดใหม่เหลือเพียงแค่ 5 แสนคนต่อปีช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเด็กเกิดใหม่ลดลงเรื่อย ๆ คิดว่ามาจากสาเหตุอะไร คนรุ่นใหม่เขานอนกันน้อยลงหรือเปล่า มันก็ไม่ใช่ ทำไมคนเกิดลดน้อยลงจากปีละ 1 ล้านเหลือปีละ 5 แสนในปัจจุบันและทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย คำตอบคือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แพงมากขึ้น นมแพง ผ้าอ้อมแพง หนังสือเรียนแพงหนังสือนิทานก็แพง ทุกอย่างแพงหมด เมื่อค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงลูก 1 คนมันแพงมากขึ้นแบบนี้ทำให้คนไม่อยากมีลูก ไม่กล้ามีลูก เพราะการมีลูกสักคนและสร้างครอบครัวที่อบอุ่น เลี้ยงดูเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพมันยากมาก ๆ

นายธนาธร กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ สิ่งที่เราเชื่อเรียบง่ายมากนั่นคือถ้าไม่แก้ปัญหาของประเทศตั้งแต่ที่ต้นตอปัญหาของประเทศจะไม่ถูกแก้ไขประเทศจะไปต่อไม่ได้ ซึ่งทุกคนต่างก็รู้กันดี แต่คำถามคือทำไมที่ผ่านมาถึงไม่มีใครทำ เป็นเพราะเกรงใจกันเองหรือเพราะต่างคนต่างมีแผลหรือไม่ ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาในระดับต้นตอของประเทศไทยได้เลย หากพรรคก้าวไกลได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาก ๆ และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายธนาธร ได้เดินทางไปยังวัดใหญ่ชัยมงคล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กราบเคารพศพคุณยายเสงี่ยม ฝั่งชลจิตร อายุ 95 ปีแม่ของนายสมชาย ฝั่งชลจิตร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และยังเป็นแม่ของนายจำลอง ฝั่งชลจิตร ศิลปินแห่งชาติ ที่เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย.2566 จากนั้นนายธนาธร ได้เดินทางต่อไปยังพื้นที่ อ.ปากพนัง และพื้นที่เขตอื่น ๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.นครศรีธรรมราช หาเสียงท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนในทุกเขตเลือกตั้งอย่างอบอุ่น โดยเชื่อว่าผู้สมัครพรรคก้าวไกล 10 เขตของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะชนะการเลือกตั้ง 1-2 เขต ที่สำคัญทุกเขตจะได้คะแนนเลือกพรรคสูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 อย่างแน่นอน

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช