วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

บิ๊กป้อม บุกเมืองคอนกราบศาลหลักเมืองก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่คนแห่ฟัง 20,000คน-ยืนยันพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีก้าวข้ามทุกความขัดแย้ง

29 เม.ย. 2023
276

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 เม.ย. 2566 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ตร.สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมืองพรรคพลังประชารัฐ นาย วิรัช รัตนเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปกราบนมัสการศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช โดยมี รศ.ตร.รงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 1 จ.นครศรีธรรมราช และผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชทั้ง 10 เขต ใหการต้อนรับ

โดยอาจารย์เอกราช ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีสักการะศาลหลักเมืองอย่างเต็มรูปแบบ โดยการเขียนชื่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 37 และแกนนำพรรคพร้อมคณะรวมทั้งชื่อและหมายเลขประจำตัวของผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ทั้ง 10 คน ลงในป้ายผ้าสีขาว ก่อนจะนำหลังอาจารย์เอกราช นำคณะกล่าวคำถวายและบนบานศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ให้พรรคพลังประชารัฐ ชนะการเบือกตั้งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ได้นำบลายศรี 9 ยอดถถวายศาลหลักเมืองพร้อมนำป้ายผ้าดังกล่าวไปโอบห่มเสาหลักเมือง

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เดินไปดานหลังศาลหลักเมืองมอบประทัด 1 ชุด 3,000 นัดให้เจ้าหน้าที่จุดถวายหลักเมืองนครศรีธรรมราช ท่ามกลางการรอคอยของผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ต้องการดูเลขหางประทัดที่ พล.อ.ประวิตร จุดถวายศาลหลักเมือง แต่ปรากฏว่าหางประทัดถูกไฟเผาไหม้เหลือเศษที่เป็นภาษาจีนแค่นิดเดียว จึงไม่ทราบว่าเลขห่างประทัดเป็นเลขอะไร ท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าการจุดประทัดดังกล่าวเป็นลางบอกเหตุบางอย่างในทางการเมือง หลังการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. นี้หรือไม่ เช่น การที่หางประทัดถูกไฟเผาไหม้จนหมดน่าจะหมายถึงผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการเลือกตั้งหมดเกลี้ยงทุกเขตและพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่มีคนที่เห็นต่างมองว่าผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐพ่ายแพ้การเลือกตั้งเกลี้ยงทุกเขต และพรรคพลังประชารัฐจะไม่ได้เป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่ พล.อ.ประวิตร จะเดินทางมาถึง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่าอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเดินทางมาถึงก่อนและเขากราบนมัสการศาลหลักเมืองพร้อมจุดประทัด 1 ชุด โดยเลขหางประทัดที่ได้ คือเลข 658-29 โดยทางทีมงานของร้อยเอกธรรมนัส รีบเก็บหางประทัดชุดดังกล่าวไว้ไม่ยอมให้ใครถ่ายภาพ ซึ่งบรรดาคอหวยต่างนำเลขหางประทัด 658-29 ไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่ที่ตั้งแผงจำหน่ายอยู่หลายสิบเจ้าอยู่ริมถนนหน้าศาลหลักเมืองจนหมดเกลี้ยงในพริบตา

 

หลังจุดจุดประทัดเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตร ได้เดินออดกมาหนาศาลหลักเมือง ในขณะที่มีตัวแทนเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาสิทธิในที่ดินในภาคใต้หลายจังหวัดได้เดินทางมารอต้อนรับและขอบคุณ พล.อ.ประวิตร บริเวณหน้าศาลหลักเมือง เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร เคยดผู้แลช่วยเหลือเครือข่ายเรียกนองที่ดินทำกิน โดยตะโกนว่า “ลุงป้อม บิ๊กป้อม จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดของประเทศไทย โดย พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวปราศรัยกับตัวแทนเครือข่ายเรียกร้องสิทธิที่ดินภาคใต้สั้น ๆ ว่า วันนี้ผมพร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาของบ้านเมือง จึงขอฝากให้ประชาชนทุกคนเลือกพรรคพลังประชารัฐหมายเลข 37 และเลือก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทุกคนทุกเขต โดยเฉพาะขอให้เลือกผู้สมัครทั้ง 10 เขตของพรรคพลังประชารัฐด้วย โดยตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาก้าวข้ามทุกความขัดแย้ง เพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองประชาชนอยู่ดีกินดีตลอดไป

 

หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร จึงเดินทางไปพักและรับประทานอาหารที่ร้าน “โกปี้” ข้างศาลากลางจังหงวัดนครศรีธรรมราช ก่อนจะกลับมาขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีประชาชนจาก 10 เขตทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางมารับฟังการปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐกว่า 20,000 หมื่นคน

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช