วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

ไฟไหม้บ้านไม้ 2 ชั้นสร้างแบบธรรมชาติโบราณวอดวายดับเพลิงฉีดสกัดเพลิงยุติก่อนลุกลามไหม้บ้านใหญ่ข้างเคียง

25 พ.ค. 2023
5773

เมื่อเวลา 10.30 น.วันยที่ 25 พ.ค. 2566 นายวิฑูรย์ หัสภาคย์ นายกเทศมนตรีเทศบางตำบลโพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้ 2 ชั้นสร้างแบบโบราณตามธรรมชาติ ตั้งอยู่ริมคลองป่ามะพร้าวหลังหมู่บ้านธารริน หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลโพธิ์เสด็จ พร้อมรถดับเพลิงเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช รีบรุดไปตรวจสอบและช่วยกะนดับเพลิง พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นถนนปูนเล็ก ๆ ริมคลองป่ามะพร้าง ซึ่งรถไม่สามรถวิ่งสวนกันได้ รถดับเพลิงจำนวน 2 คันวิ่งเข้าไปจอดต่อท้ายกัน ก่อนที่รถน้ำจะวิ่งเข้าไปจอดและต่อสายน้ำเข้ารถดับเพลิงระดมฉีดควบคุมพลิงกำลังลุกไม้บ้านไม้ 2 ชั้น ซึ่งสร้างแบบธรรมชาติโบราณ เปลวไฟลุกโฟมไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง เนื่องจากมีวัสดุที่เป็นไม้ ซึ่งเจ้าของบ้านคือ “น้าดำ ศิลปิน” ชอบเก็บสะสมมากองสุมไว้ในจุดต่าง ๆ ภายในบานจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ดับเพิลงทำได้แค่การฉีดน้ำสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านปูน 2 ชั้นที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 10 เมตรซึ่งเพลิงกำลังลุกลามไปถึง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าจากเสาไฟฟ้าหน้าบ้านเกิดเหตุและข้างเคียง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 15 นาทีสามารถสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านใหญ่ข้างเคียง และสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดจนมอดไปในที่สุด โดยบ้านเกิดเหตุถูกเพลิงไหม้วอดวายเสียหายหมดทั้งหลัง ในเบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้แน่ชัดแต่คาดว่าประมาณ 100,000 บาท

จากการสอบสวนทราบว่า “น้าดำ” เจ้าของบ้านเป็นคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและงานศิลปะได้ทำการสร้างบ้านไม้ 2 ชั้นหลังดังกล่าวขึ้นท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่หลายต้น โดยใช้วัสดุทั้งต้นไม้ ท่อนไม้ พอนไม้ กิ่งไม้ตามธรรมชาติมาต่อเติมตกแต่ง จนกลายเป็นบ้านไม้ธรรมชาติแบบโบราณที่สวยงามแปลกตาสอดรับกับธรรรมชาติรอบ ๆ บริเวณ และยังชอบเก็บสะสม ท่อนไม้ ต้นไม้ ปีกไม้ กิ่งไม้ตามธรรมชาติที่ไปพบตามที่ต่าง ๆ นำมาไว้ในบริเวณบ้านตามจุดต่าง ๆ จำนวนมาก จนใครรู้จักในนามบ้าน “น้าดำ ศิลปิน” ก่อนเกิดเหตุในขณะที่น้าดำ เจ้าของบ้านอยู่นอกบ้านได้เกิดเพลงไหม้บ้านขึ้นอย่างรวดเร็วจนเสียหายทั้งหลังดังกล่าว สาเหตุสันนิษฐานว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุคุณที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช