วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

1 เดียวในเมืองไทย ชาวบ้านร้องสื่อฯ ผิวการจราจรเป็นร่องลึกประสานเหมือนใยแมงมุมสุ่มเสี่ยงอุบัติเหตุ

(1 ก.ค.) ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.”สายตรวจโซเชี่ยล” สมาคมสื่อมวลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนว่าถนนสาย 403 นครศรีธรรมราช -ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเป็นมาตรฐาน 4 เลนฝั่งขาออกก่อนถึงหน้าร้านรุ่งเรือง “ช่างน้อย สาคูใต้” 30 เมตร ยาวไปผ่านศูนย์บริการพ่นกันสนิม “ม้าทอง” หมู่ 10 ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช รวมระยะทางรวมเกือบ 200 เมตร ซึ่งผู้รับเหมาเพิ่งปรับปรุงซ่อมแซมผิวการจราจรใหม่ตลอดสาย โดยในระหว่างการก่อสร้าง ปรับปรุงผิวการจราจรตั้งบแต่ช่วง 5 แยกสะพานนาพรุ- สี่แยกไฟแดงหน้าศูนย์วิทยบริการมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้รับเหมามีการปิดถนนเพื่อดำเนินการนานถึง 3 เดือน และเพิ่งเปิดให้ใช้รถใช้ถนนได้ตามปกติเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ในจุดดังกล่าวเป็นร่องลึกทั้งร่องแนวตั้ง แนวขวาง แนวนอนไปมาประสานกันเหมือนใยแมงมุมโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ละร่องกว้าง 1-3 นิ้ว ลึก 3-5 ซ.ม. และเป็นเฉพาะในช่วงดังกล่าวเท่านั้น ในขณะที่ผิวการจราจรในจุดอื่น ๆ ราบเรียบเป็นปกติ ร่องลึกผิวการจราจรทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับผ่านในบริเวณดังกล่าวต่อเนื่องจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าผิวการจราจรในจุดดังกล่าวเป็นไปตามที่ชาวบ้านร้องเรียนจริง และเป็นช่วงทางตรงที่คนขับรถจะใช้ความเร็วสูง ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดร่องลึกประสานกันเหมือนใยแมงมุมไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่าเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้รับเหมาเทยางแอสฟัลท์ยังไม่ทันแห้งวัสดุอุปกรณ์ของเครื่องจักรกลอาจจะโผล่ออกมาทิ่มแทงผิวยางแอสพัลท์และลากยาวไปมาเป็นระยะ ๆ โดยคนงานก่อสร้างและผู้รับเหมาไม่ได้จงใจให้เกิด แต่ไม่มีการตรวจสอบคุณภาพงานอย่างละเอียดจึงปล่อยให้ปรากฏร่องรอยลึกประสานกันเหมือนใยแมงมุมยาวเกือบ 200 เมตรและเปิดให้มีการใช้รถใช้ถนนอย่างปกติดังกล่าว

นายรุ่งเรือง วิมลทรง อายุ 50 ปี หรือ “ช่างน้อย สาคูใต้ “นายช่างเจ้าของร้านรับออกแบบ แก้ไข ตัดต่อเครื่องประดับสร้อยคอ เลสข้อมือ ต่างหู รับเลี่ยมกรอบพระ และงานเครื่องประดับต่าง ๆ กล่าวว่า ผิวการจราจรเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เปิดใช้งานหลังผู้รับเหมาปรับปรุงผิวการจราจรตลอดทั้งสายดำเนินการปรุงปรุงซท่อมแซมผิวการจราจรแล้วเสร็จเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา และไม่มีใครทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่าเกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการทำงานของผู้รับเหมาอย่างแน่นอน ในตอนแรกตนคิดว่าการปรับปรุงยังไม่แล้วเสร็จ และหากผู้รับเหมาตรวจสอบคุณภาพงานก็จะพบความผิดพลาดและดำเนินการแก้ไขให้ผิวการจราจรราบเรียบเหมือนจุดอื่น ๆ ก่อนเปิดใช้งานจริง แต่ปรากฏว่าไม่มีตรวจสอบแก้ไขใด ๆ กลับเปิดให้ใช้รถใช้ถนนตามปกติมาจนถึงทุกวันนี้

“ในขณะที่ตนนั่งทำงานพบว่าหลายครั้งที่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่ขับรถจักรยานยนต์ไม่ระมัดระวังผ่านรถเกิดเสียหลักหวุดหวิดจะเกิดอุบัติเหตุรถล้มคว่ำหลายครั้ง และหลายรายโทรศัพท์มือถือที่เหน็บในกระเป๋าหรือสิ่งของสัมภาระติดตัวขณะขับรถจักรยานยนต์ตกหล่นไกด้รับความเสียหาย ซึ่งหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขไม่วันใดก็วันหนึ่งคนที่ขับรถจักรยานยนต์อาจจะเสียหลักรถล้มบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ที่น่าเป็นห่วงหากเกิดเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มในช่วงที่มีรถยนต์วิ่งตามหลังมาเหยียบทับซ้ำแหลกเหลวทั้งคนทั้งรถก็เป็นได้ จึงอยากให้หน่วยงานทางราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะเกิดอุบัติร้ายแรงขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะยังอยู่ในช่วงสัญญาประกันคุณภาพงาน แค่แจ้งให้ผู้รับเหมาทราบและรีบเข้ามาปรับปรุงแก้ไขใช้งบประมาณไม่มากและใช้เวลา 1-2 ชม.ก็คงจะแล้วเสร็จเรียบร้อย” นายรุ่งเรือง หรือ”ช่างน้อย” กล่าว
อย่างไรก็ตามชาวบ้านในละแวกดังกล่าวแสดงความคิดเห็นในลักษณะการประชดแตกต่างกันไป เช่น เป็นถนนรูปแบบใหม่มีแห่งเดียวในโลก , เป็นความจงใจทำเพื่อให้เป็นถนนสุดอะเมซิ่ง 1 เดียวในเมืองไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ได้ และจงใจสร้างถนนใยแมงมุมให้ผิวการจราจรขรุขระเพื่อให้คนขับรถหายง่วงนอ เป็นวิธีการป้องกันอุบัติเหตุ เป็นต้น

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
1 ก.ค. 2566