วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

ต้อนรับเข้าพรรษา  ตำรวจเมืองคอนวางแผนบุกจับ ท่านโต้ง พระภิกษุชื่อดังค้าและเสพยานรกคากุฏิวัดกลางเมือง

28 ก.ค. 2023
77

(28 ก.ค.) ร.ต.อ.พศวีย์ จันทอง รอง สวป.หัวหน้าชุด อส.ตร.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกำลังตำรวจได้จับกุมสองผัวเมียผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดรายย่อยได้จำนวน 2 คนพร้อมของกลางยาบ้า ยาไอซ์ จำไนวนหนึ่ง   จึงทำการสอบสวนขยายผลจนสองผัวเมียให้การรับสารภาพว่าซื้อยาเสพติดมาจากพระภิกษุนักเทศน์ชื่อดัง สังกัดวัดแห่งหนึ่งในย่านตลาดแขก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อสั่งการดำเนินการต่อไป

หลังได้รับรายงาน พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สภ.เมือง พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เกียรติชัย มีสุข หน.ชุด ปปส.สภ.เมือง ร่วมทำการสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม จนทราบเครือขายและมีพยานหลักฐานชัดเจน พร้อมเส้นทางการโอนเงิน โดยมีพลเมืองดียืนยันว่าพระภิกษุรูปดังกล่าวเป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ หรือ “พระตุ๊ด” มักจะแปลงกายเป็นฆราวาสออกขับรถ จยย.ตระเวนเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในตอนกลางคืนและเคยก่อเหตุบุกใช้เหล็กแป๊บทำร้ายร่างกายหนุ่มคู่ขาที่นอกใจไปนอนกับผู้หญิงอื่น  ซึ่งในขณะนี้พระภิกษุรูปดังกล่าวแต่งกายชุดฆราวาสเพิ่งเสพยาไอซ์นอนหลับอยู่ในกุฏิภายในวัดดังกล่าว เชื่อว่ามียาเสพติดยาบ้า ยาไอซ์ อยู่ในครอบครองจำนวนหนึ่งด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนบุกตรวจค้นจับกุมทันที โดยได้เดินทางเข้าเจ้าคุณ เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว แจ้งพฤติกรรมของพระปลัดสมเกียรติ สุถิตฺสิโก หรือ นายสมเกียรติ คุ้มวงศ์ อายุ 42 ปี พรรษา 3 หรือที่รู้จักกันในนาม “ท่านโต้ง”  ให้ทราบและขออนุญาตจับกุม ทางท่านเจ้าคุณ เจ้าอาวาสจึงอนุญาตให้ทำการจับกุมได้ เพราะไม่อยากให้ศาสนามัวหมองเพราะบุคคลที่บวชเป็นพระแต่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด  กำลังตำรวจจึงไปเคาะประตูกุฎิของพระปลัดสมเกียรติ  หรือ “ท่านโต้ง” ซึ่งอยู่ห่างจากกุฏิเจ้าอาวาสออกไปประมาณ 30 เมตร ซึ่งพระปลัดสมเกียรติ  หรือ “ท่านโต้ง” ได้ตะโกนถามด้วยเสียงดุดันว่าใครก่อนจะเปิดประตูออกมาตรวจสอบด้วยความไม่พอใจ ซึ่งพบว่าพระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” อยู่ในชุดฆราวาสโดยสวมชุดนอนสีดำ ไม่ได้ห่มจีวรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมบัตรพนักงาน ปปส.เขาทำการตรวจค้น พบยาไอซ์หนักพร้อมถึง 10 จี ยาบา 1 เม็ด อุปกรณ์การเสพ 1 ชุด นอกจากนี้ยังพบวัตถุทางเพศ เป็นอวันวะเพศหญิงทำด้วยยางซิลิโคน ซึ่งพระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” ให้การรับสารภาพแต่โดยดี และยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับตำรวจโดยติดต่อล่อซื้อยาบ้า ยาไอซ์ จากเครือข่ายให้ตำรวจ ส่วนวัตถุทางเพศลามกอนาจาร อวัยวะเพศหญิงที่พบในกุฏินั้นอ้างว่าเป็นของลูกศิษย์ผู้ชายวัยรุ่นที่มาเยี่ยมที่กุฏิฝากเอาไว้

โดยเจ้าหน้าที่พร้อมสื่อมวลชนได้ซ่อนตัวอยู่ภายในกุฏิ และภายในวัด ก่อนหื้ให้พระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” โทรศัพท์ติดต่อนายจักรกฤษณ์ บุงอสตูล  หรือ “เจมส์” อายุ 35 ปี ทำงานเป็นพนักงานไรเดอร์ส่งอาหารของบริษัทหนึ่ง ให้นำยาไอซ์ จำนวน 10 จี มาส่งมอบให้ที่กุฏิ แต่เนื่องจากนายเกียรติศักดิ์ หรือเจมส์ ติดภาระกิจมาช้า พระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” ได้โทรสอบถามพร้อมเร่งให้มาส่ง นายจักรกฤษณ์  หรือ “เจมส์”  ถามย้ำว่าปลอดภัยไหม อยู่กับใคร พระปลัดสมเกียรติหรือท่านโต้ง” กล่าวตอบอย่างไร้พิรุธว่า “กูอยู่กับผัว มึงอย่าชา รีบมาด่วน”  จนในที่สุดนายจักรกฤษณ์  หรือ “เจมส์”  ขับรถ จยย.มาจอดหนาที่กุฏิและเปิดประตูเข้าไปภายในกุฏิ  เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ได้โดยละม่อม ท่ามกบลางความตกใจหน้าซีดของนายจักรกฤษณ์  หรือ “เจมส์”  จากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดของกลางในตัวนายเกียรติศักดิ์ รวมทั้งที่ รถ จยย.แต่อย่าง

ใด แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำหลักฐานการพูดคุยกับพระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง”สั่งซื้อยาไอซ์มายืนยัน แต่นายจักรกฤษณ์  หรือ “เจมส์”  ยังปากแข็งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาอ้างว่ามาหาพระปลัดสมเกียรติ หรือท่านงโต้ง เพื่อมาทวงหนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดใด ๆ

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวพระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” ไปให้ท่านเจ้าคุณ เจ้าอาวาสทำการสึกตามขั้นตอน โดนทางเจ้าคุณ เจ้าอาวาสระบุว่าคงไม่ต้องสึก เพราะไม่ได้ห่มจีวรอยู่ในชุดฆราวาสอยู่แล้ว ที่สำคัญมีพฤติกรรมแบบนี้คงไม่ใช่พระขาดจากความเป็นพระไปแล้ว อย่างไรก็ตามพระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” กล่าวยอมรับว่าตนเองขาดจากความเป็นพระไปแล้ว และยังลั่นวาจาสึกขาดจากความเป็นพระตามขั้นตอน พร้อมยินดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปลงบันทึกการจับกุมที่ป้อมยามตำรวจสนามกีฬากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำการตรวจปัสสาวะทั้งนายสมเกียรติ คุ้มวงศ์ หรืออดีตพระปลัดสมเกียรติ หรือ “ ท่านโต้ง”และนายจักรกฤษณ์  หรือ “เจมส์”  พบว่ามีสารเสพติดในกระแสเลือด ทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดบข้อกล่าวหา ซึ่งจะนำปัสสาวะส่งตรวจที่ รพ.มหาราช เพื่อยืนยันผลตามขั้นตอนอีกครั้งหนึ่ง ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับนายสมเกียรติ คุ้มวงศ์ หรือ “ท่านโต้ง” ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเพทที่ 1(ยาบ้า ,ยาไอซ์)ไว้ในครอบตรองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบา ,ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย ส่วนนายจักรกฤษณ์  หรือ “เจมส์”  ดำเนินคดีในข้อหา ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบา ,ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีรตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะที่ถูกควบคุมตัวนายสมเกียรติ หรืออดีตพระปลัดสมเกียรติ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี โดยพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายจักรกฤษณ์  หรือ “เจมส์”  ให้ยอมรับสารภาพและนำยาเสพติดของกลางมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด นายสมเกียรติ หรืออดีตพระปลัดสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” จึงแจ้งกับตำรวจว่า จะติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจากเครือข่ายรายอื่น ๆให้ตำรวจอีกก็ได้ ซึ่งมีอีกหลายราย  ซึ่งทางตำรวจจะได้ สอบสวนสืบสวนขยายผลพลต่อไป และอาจจะมีการใช้ พ.ร.บ.ฟอกเงินตรวจสอบและยึดทรัพย์สินของนายสมเกียรติ หรืออดีตพระปลัดสมเกียรติ  ซึ่งล่าสุดเพิ่งซื้อรถเก๋งมือ 2 ยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียน ขก-5958 นครศรีธรรมราช มาจอดหน้ากุฏิได้เพียง 2 วัน หากพบว่ารถเก๋งและทรัพย์สินใด ๆ ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดก็จะตรวจยึดเช่นกัน หลังการจับกุมประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาทำบุญและกราบไหว้ขอพรท่านเจ้าคุณ เจ้าอาวาส ต่างพากันสาปแช่งนายสมเกดียรติ หรืออดีตพระสมเกียรติ หรือ “ท่านโต้ง” ที่ทำให้วัด และศาสนา รวมทั้งท่านเจ้าคุณ พลอยเสื่อมเสีย มัวหมองไปด้วย ทั้งที่ท่าเนจ้าคุณ เจาอาวาสเป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบเป็นที่เคารพนับถือของชาวพุทธทั่วไปเป็นที่ประจักษ์

ไพฑูรย์ อินทศิลา / นครศรีธรรมราช
28 ก.ค. 2566