วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

เปิดแผนจับเคลื่อนย้าย พลายไข่นุ้ย ช้างป่าตัวตึงกรมอุทยานฯ ปรับแผนเสนอศาลปกครองระบุเวลามากถึง 32 วันจากคำสั่งศาลภายใน 15 วัน

29 ก.ค. 2023
581

จากกรณีที่ศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีโดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปฏิบัติหน้าที่ในการจับและเคลื่อนย้ายนำช้างป่าพลายเจ้างาไปไว้ในที่เหมาะสมตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และให้รายงานต่อศาลทุก 5 วัน โดยจัดทำแผนปฏิบัติการเสนอต่อศาลก่อน ภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(29 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะนี้“พลายเจ้างา” หรือที่รู้จักในชื่อพลายไข่นุ้ย ยังออกอาละวาดสร้างความเดืดร้อนให้กับประชาชน โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ได้เข้าทำลายทรัพย์สินที่อยู่ข้างบ้าน และพังประตูบ้านเลขที่ 86/3 หมู่ 11 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมือนช้างป่าทั่วไป ทำให้ชาวบ้านหวาดผวาอย่างหนัก แม้ว่าจะรวมตัวกันเข้าชื่อเป็นผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องกับศาลปกครองนครศรีธรรมราช โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีคือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้จับเคลื่อนย้ายช้างพลายไข่นุ้ย หรือพลายเจ้างา ออกจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมของชาวตำบลกรุงชิง รวมทั้งบางส่วนของ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
โดยนายทรงธรรม เชี่ยวชาญ เจ้าของบ้านระบุว่า ค่อนข้างหวาดกลัวเช่นกันหากเผชิญหน้ากันไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่รอด โชคดีที่เข้ามาในบ้านไม่ได้ และการเข้ามาถึงบ้านในลักษณะนี้ลองพิจารณาดูว่าเป็นครอบครัวของใครก็ได้ จะรู้สึกเช่นไร ทรัพย์สินที่เสียหายไปเมื่อคืนที่ผ่านมา เช่น เสาไฟฟ้าที่พาดสายเข้ามาในบ้าน คอมเพรสเซอร์แอร์ พังประตู และยืนยันว่าพลายไข่นุ้ยได้สร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องหากคิดเป็นมูลค่าแล้วหลายสิบล้านบาทตลอด 2 ปีที่ผ่านมานอกจากบ้านของนายทรงธรรม พลายไข่นุ้ยยังได้เข้าตระเวนทำลายทรัพย์สิน พืชผลอาสินของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เช่น การรื้อบ้าน และลากตูเย็นออกมาแล้วรื้อค้นหาของกินอย่างแสนรู้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าพลายไข่นุ้ยจะกินอาหารในป่าน้อยมากหรือเลือกกินไม่เหมือนช้างป่าทั่วไป เช่น การกินต้นกล้วยจะไม่กินกล้วยป่าเช่นช้างป่าทั่วไป แต่กลับมาเลือกกินต้นกล้วยในชุมชนที่เป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่แทน

ทางด้านนายเพิ่มศักดิ์ คงแก้ว ผู้อำนวยการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กล่าวว่า ทางตนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ และได้รายงานให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปำา และพันธุ์พืชทราบต่อเนื่อง โดยเฉพาะแผนการผลักดันหรือจับพลายไข่นุ้ยพ้นพื้นที่ตามคำสั่งศาลปกครองนั้นเป็นเรื่องใหญ่ กระทบแลพะเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ หน่วยงาน ล่าสุดทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปำา และพันธุ์พืชได้ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ ด่วนที่สุดที่ ทส 8003.4 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ถึงศาลปกครองนครศรีธรรมราช เรื่อง รายงานผลการปฏิบัติตามคำสั่งศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ของศาลปกครองนครศรีธรรมราช คดีหมายเลขดำที่ 147-158/2566, 160-167/2566,194-198/2566 พร้อมแนบแผนปฏิบัติการและช่วงเวลาในการดำเนินการตามหมายแจ้งคำบังคับที่อ้างถึง ศาลปกครองนครศรีธรรมราช แจ้งว่า ในคดีหมายเลขดำที่ 147-158/2566, 160-167/2566,194-198/2566 ศาลได้มีคำสั่งกำหนดมาตราการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีโดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปฏิบัติหน้าที่ในการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่าพลายเจ้างาไปไว้ในที่เหมาะสมตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีให้แล้วเสร็จภายใน15 วัน และรายงานต่อศาลทุก 5 วัน โดยจัดทำแผนปฏิบัติการเสนอต่อศาลก่อนภายใน 5 วัน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลว่า ผู้ถูกฟ้องคติโดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชอบที่จะดำเนินการ เพื่อกำหนดวิธีการและมาตรการในการปฏิบัติระหว่างบุคลากของผู้ถูกฟ้องคดีและราษฎรในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมมือกันดำเนินการให้บรรลุผ.ภายในระยะเวลาตามคำสั่งศาลดังนั้น จึงให้ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติตามคำบังคับโดยเคร่งครัด ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

“กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเรียนว่าเนื่องจากการดำเนินการจับและเคลื่อนย้ายช้างบำเป็นภารกิจที่มีความอันตราย ใช้กำลังคน และอุปกรณ์จำนวนมาก จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการ และจำเป็นต้องมีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของชุมชนโดยรอบพื้นที่ที่จะนำช้างป่าไปปล่อย รวมถึงตรวจสอบความเหมาะสมของพื้นที่รองรับและตำแหน่งที่จะนำช้างป่าไปปล่อย ทั้งในด้านความสมบูรณ์ของพื้นที่ (แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร) ความปลอดภัยของพื้นที่และการกระจายของประชากรช้างป่าประจำถิ่น การจัดทำแผนการเคลื่อนย้ายช้างป่า ประกอบการเคลื่อนย้าย มาตรการรองรับเหตุฉุกเฉิน และแผนการติดตามหลังการปล่อย แต่เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ข้างบำออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ ลดปัญหาความขัดแย้งกับราษฎร และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ท้องที่ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช และตัวช้างป่า จึงขอความอนุเคราะห์ต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช เพื่อขอปรับแผนปฏิบัติการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่าพลายเจ้างาและช่วงเวลาการดำเนินงาน โดยมีรายละเอียดตามแผนปฏิบัติการและช่วงเวลาในการดำเนินการ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อนายนรินทร์ ประหวนชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมอุหยามแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามแผนที่แนบส่งประกอบให้ศาลปกครองนั้นแผนปฏิบัติการและช่วงระยะเวลาในการดำเนินการจากที่ศาลปกครอง ให้ดำเนินการภายใน 15 วัน โดยทางกรมอุทยานได้ชี้แจงรายละเอียด เรื่องราวที่ต้องดำเนินการอย่างละเอียด และไม่อาจจะดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน โดยตามแผนระบุว่าต้องใช้ระยะเวลามากถึง 32 วัน นับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 2566 ไปจนถึงวันที่ 22 ส.ค. 2566

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช
29 ก.ค.66