วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

ยิ่งใหญ่คับฟ้า นายทุนผู้กว้างขวางหาญกล้าถมลำเหมืองสาธารณะ 100 ปี อ้างโฉนดที่ดินปิดทางระบายน้ำชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

30 ก.ค. 2023
3814

(30 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในท้องที่ หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมบ้านและพื้นที่การเกษตรหลายร้อยไร่ เนื่องจากเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งได้ถมคลองห้วยหนองพาน ซึ่งเป็นลำเหมืองสาธารณะมาตั้งแต่ครั้งโบราณนับ 100 ปี โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินตามเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน ซึ่งรวมทั้งลำเหมืองหรือ “คลองห้วยหนองพาน” ก็อยู่ในโฉนดที่ดินของตัวเอง จึงมีสิทธิ์ที่จะถมปิดคลองห้วยพาน จนให้น้ำไม่สามารถไหลระบายได้ตามปกติ ในขณะที่บ้านเรือนของประชาชนและพื้นที่การเกษตร ทั้งสวนยางพารา สวนมังคุด สวนยางพาราและไม้ผลอื่น ๆ รวมหลายร้อยไร่ถูกน้ำท่วมต่อเนื่องมานานนับเดือน จนต้นผลไม้ต่าง ๆ เหี่ยวเฉาตาย ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และในช่วงฤดูฝนยังท่วมบนถนนสายทวดทองนากก บริเวณทิศตะวันตกของถนน จนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ร้องเรียนเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ เพจหมาเฝ้าบ้าน องค์กรร่วมต้านคอรัปชั่น และสื่อมวลชนทั้งในพื้นที่และส่วนกลางมานาน 2-3 ปีแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพบลำคลองหรือลำเหมืองสาธารณะดังกล่าวมีความกว้างประมาณ 15-20 เมตร แต่ด้านทิศตะวันออกล่างสะพานคอนกรีตข้ามคลองห้วยหนองพาน ถูกถมดินจนมิดน้ำไม่สามารถไหลระบายได้ และพบว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 10 รายระบุว่าเมื่อปี 2565 ได้ร่วมลงชื่อร้องเรียนไปยังเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จหลายครั้ง นายวิฑูรย์ หัสภาคย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธ์เสด็จ ที่ในขณะนั้นเพิ่งชนะการเลือกตั้งเข้ารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่นายทุนไม่ยอมเปิดทางระบายน้ำ จนนายวิฑูรย์ ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยวิธีการขอความร่วมมือจากนางรังษี หัสภาคย์ ขอขุดช่องทางระบายน้ำเพื่อให้น้ำระบายชั่วคราวในโฉนดที่ดินของนางรังษี จนน้ำไหลสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ชั่วคราว แต่ปรากฎว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานายทุนที่ถมคลองห้วยพานได้ถมดินเพิ่มเติมจนน้ำไม่สามารถไหลระบายได้อีก นางรังษี จึงร้องเรียนเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ จนเทศบาล ฯมีคำสั่งให้นายทุนมาขุดดินที่ถมล่วงล้ำในที่ดินนางรังษี หัสภาคย์ แต่ขุดออกเฉพาะด้านบนน้ำยังไม่สามารถไหลระบายได้ ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาชาวบ้านที่เดือดร้อนได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ ขอให้เร่งหาทางช่วยเหลือประชาชนอีกครั้ง เพราะพื้นที่เหนือสะพานคลองห้วยพานถูกน้ำท่วมท่วมขังจนต้นมังคุด ทุเรียน ยืนต้นเหี่ยวเฉาตายเป็นบริเวณกว้าง หากไม่ระบายน้ำออกผลไม้ทุกชนิดจะตายเกลี้ยงสวนเป็นบริเวณกว้างอย่างแน่นอน

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงเดินทางเข้าพบนายวิฑูรย์ หัสภาคย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ และร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบน้ำท่วมขังด้านเหนือสะพานคลองห้วยหนองพานนับร้อยไร่ ถูกน้ำท่วมขังเฉลี่ย 20-50 ซ.ม.และไหลระบายไม่ได้ กลายเป็นน้ำเน่าเสีย สวนยางพารา สวนทุเรียน มังคุด เงาะ ยืนต้นตายจำนวนมาก ชาวบ้านเจ้าของสวนยางพารา ที่เพิ่งปลูกยางพาราอายุ 3-5 ปี ต้องตัดสินใจตัดโค่นต้นยางพาราทิ้ง และยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า คลองห้วยพานเป็นลำเหมืองสาธารณะมานานนับ 100 ปีที่รับน้ำจากเทือกเขาหลวงและไหลระบายมาตามลำคลองห้วยพาน เข้าสู่คลองห้วย คลองแดง คลองเลียบทางรถไป ก่อนเข้าสู่คลองนครน้อย หรือคลองหน้าเมือง และคลองราเมศวร์ ก่อนไหลลงสู่อ่าวไทยที่ปากนำปากนคร ต.ปากนคร และปากน้ำปากพญา ต.ท่าซัก อ.เมือง ดังนั้นคลองห้วยพาน จึงเป็นลำน้ำสาธารณะเหมือนเส้นเลือดสำคัญของชาวบ้านมายาวนานกว่า 100 ปีคนที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปยืนยันตรงกันว่าเกิดมาก็พบว่ามีคลองห้วยพานมาก่อนแล้ว

นายวิฑูรย์ หัสภายค์ นายกเทศมนตรีเทศบาบาลตำบลโพธ์เสด็จ กล่าวว่า แม้จะมีช่องทางการดำเนินการตามกฎหมายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพระเมื่อตนจึงมีคำสั่งให้ปลัดเทศบาล, หัวหน้าสำนักปลัด, หัวหน้าฝ่ายปกครอง พร้อมนิติกรปฏิบัติการเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ ลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าเจรจากับนายทุนเจ้าของที่ดินแปลงเจ้าปัญหา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้คนของนายทุนเจ้าของที่ดินออกมาโวยวาย ข่มขู่จะเอาเรื่องเจ้าหน้าที่ และยืนยันไม่ยอมเปิดทางน้ำคลองห้วยพานให้กับชาวบ้าน อ้างว่ามีโฉนดที่ดินชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้ทำรายงานผลการเจราจาถึงตนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมระบุแนวทางการแก้ไขปัญหาคือต้องให้เทศบาลและชาวบ้านร้องร่วมกันดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ประกอบทั้ง พ.ร.บ.การขุดและถมดิน พ.ศ.2543 และเทศบัญญัติเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ เรื่องการขุดดินและถมที่ พ.ศ.2556

“แต่เมื่อนายทุนไม่ยอมดำเนินการตามคำสั่งพนักงานท้องถิ่น ตนและชาวบ้านผู้ที่ดี้รับผลกระทบจะทำเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ 1 ชุดโดยให้คณะกรรมการและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราชทำการตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่ถูกต้องต้องประกาศยกเลิกอย่างเป็นทางการจะได้มีคลองหรือลำเหมืองสาธารณะที่มีมาแต่โบราณนับ 100 ปี สำหรับระบายน้ำตามปกติเหมือนที่ผ่าน ๆ หากปล่อยไว้ในช่วงฤดูฝนนำจะท่วมถนนและพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัสมากยิ่งขึ้น” นายวิฑูรย์ กล่าวในที่สุด

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช
30 ก.ค.66