วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

ไร้สัจจะ นอภ.ปากพนังแฉกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่ดูดเงินชาวบ้าน 12 ล้านไม่ได้จดทะเบียนกับทางราชการ-ระบุเป็นลุ่ม ไร้สัจจะออมทรัพย์

16 ส.ค. 2023
15320

จากกรณีที่ นางโสธญา ทันราย นางจริญญา สกุลรุตน์ และนางเพ็ญศรี จินคำ ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านเนินสำโรง ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยตัวแทนสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ตัดเย็บเสื้อกลุ่มหนึ่งใน อ.ปากพนัง จำนวนประมาณ 50-60 คนเดินทางมาเรียกร้องและติดตามความคืบหน้ากรณีที่สมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ตัดเย็บสื้อผ้า แห่งหนึ่งใน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้รวมตัวกันแจ้งคามดำเนินคดีกับคณะกรรมการกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่บริหารงานส่อไปในทางทุจริต ฉ้อโกง เนื่องจากสมาชิก ฯฝากเงินไว้กับสหกรณ์ดังกล่าว รวมมูลค่าเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแลวนั้น

(16 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ได้เชิญผู้เสียหายจำนวน 5 รายมาสอบสวนปากคำ ตามคำสั่งของ พ.ต.อ.สิชา พูลวงษ์.ผกก.สภ.ปากพนัง ที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะจำนวน 1 ชุด เนื่องจากผู้เสียหายในคดีนี้มีจำนวนมากหลายร้อยคน ทางตำรวจเชิญผู้เสียหายมาสอบปากคำวันละ 5 ราย ในขณะที่นางโสธญา ทันราย นางจริญญา สกุลรุตน์ และนางเพ็ญศรี จินคำ และผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังวัดไทยมังคลาราม ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก เพื่อเข้าพบนายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง ที่เข้าน่วมในเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างแนวกันคลื่นกัดเซาะแนวชายฝั่ง อ.ปากพนัง เพื่อให้ช่วยเร่งติดติดตามแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เปนสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ดังกล่าว เนื่องจากได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอปากพนัง รวมทั้งแจ้งความกับพยักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง เพื่อให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ มานานกว่า 1 ปีแล้วตั้งแต่กลางปี 2565 แต่เรื่องเงียบหาย

นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจในเบื้องต้นไม่พบว่ากลุ่มสัจจะออมทรัพย์ตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านเนินสำโรง หมู่ 3 ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง ได้จดทะเบียนกับทางราชการ เป็นกลุ่มสัจจะออมทรัพย์โดยธรรมชาติที่ราษฏรทุกคนที่เป็นสมาชิกกลุ่มจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน ต้องยึดมั่นในสัจจะ เคารพกติกาที่ให้ไว้ต่อกัน ปัญหามันเกิดขึ้นจากการไร้สัจจะของคณะกรรมการกลุ่มสัจจะจึงกลายเป็น “กลุ่มไร้สัจจะ” ทางอำเภอและตำรวจรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวของจะร่วมกันหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาช่วยเหลือสมาชิกที่เดือดร้อน หากมีการจดทะเบียนตามกฎหมายทางสำนักงานสหกรณ์จังหงวัดจะลงมากำกับดูแล ตำรวจก็จะสามารถไล่เบี้ยเอากับคณะกรรมการที่รับผิดชอบได้ แต่เมื่อไม่มีการจดทะเบียนทางอำเภอ และฝ่ายตำรวจก็จะมาช่วยกันดูว่าพอจะมีช่องทางแก้ไขปัญหาอย่างไรได้บ้าง ขอให้ทางตัวแทนผู้เสียหายขึ้นไปพบตนอีกครั้งบนที่ว่าการอำเภอ เพื่อร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นทางการต่อไป

นางโสธญา ทันราย ตัวแทนผู้เสียหายกล่าวว่า ตอนที่เขาดำเนินการจัดตั้งกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ เขาประกาศชัดเจนว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ประชาชนจำนวนมากจึงหลงเชื่อและสมัครเป็นสมาชิก นำเงินมาฝาก ในปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1,000 คน แต่ละคนมีเงินฝากอยู่ในกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ดังกล่าวตั้งแต่รายละ 30,0000 ถึงกว่า 200,000 บาท รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 12 ล้านบาท พวกเราเพิ่งมารู้เช่นกันว่ากลุ่มคนที่เป็นคณะกรรมการดำเนินการในการจัดตั้งกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านเนินสำโรง หมู่ 3 ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก เป็นกลุ่มสัจจะออมทรัพย์เถื่อนไม่ได้จดทะเบียนกับทางราชการแต่อย่างใด

“สิ่งที่ตนและสมาชิกเจ็บปวดใจมากที่สุดคือตอนลูกตนป่วยได้ไปขอถอนเงินแค่ 1,000 บาทเพื่อนำลูกไป รพ. แต่ถอนไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ยอดเงินฝากของตนมีมากกว่า 100,000 บาท แต่เช้าวันรุ่งขึ้นสมาชิกที่เป็นพรรคพวก หรือเครือญาติของคณะกรรมการบางคนไปถอนเงิน 10,000 บาทกลับถอนได้และที่ผ่านมาสมาชิกหลายร้อยคนกอยู่ในสภาพเดียวกันได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ในขณะที่ตัวประธาน และคณะกรรมการรวมทั้งเครือญาติเอาเงินของสมาชิกไปใช้จ่าย ทำธุรกิจ อยู่กันอย่างสุขสบาย เป็นการโกงประชาชนอย่างชัดเจน จึงอยากให้ตำรวจเร่งดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มคนโกงอย่างเร่งด่วน และขอให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้เป็นอย่างเยี่ยงในสังคมต่อไป”

นายเฉลิม นวมนิ่ม สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวรวมทั้งสื่อมวลชน ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2566 สรุปว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กับสหกรณ์ในพื้นที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้ว พบว่าสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีกับคณะกรรมการของกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ดังกล่าว โดยกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่เป็นข่าวไม่ได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ในอำเภอปากพนังแต่อย่างใด และได้ไปพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนังลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และขอให้สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวแก้ไขข่าวและนำเสนอให้ตรงกับความเป็นจริงต่อไป

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/สายัณห์ ศรีใหม่/ นครศรีธรรมราช
16 ส.ค. 2566