วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ปากพนัง 2 ฝ่ายเผชิญหน้าโต้เถียงลั่นโรงพัก-ประธานกลุ่มฯอ้างต้นตอปัญหาปล่อยกู้ 20 ล้านลูกหนี้ไม่ยอมจ่ายหนี้คืน

จากกรณีที่ นางโสธญา ทันราย นางจริญญา สกุลรุตน์ และนางเพ็ญศรี จินคำ ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านเนินสำโรง ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยตัวแทนสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ตัดเย็บเสื้อกลุ่มหนึ่งใน อ.ปากพนัง จำนวนประมาณ 50-60 คนเดินทางมาเรียกร้องและติดตามความคืบหน้ากรณีที่สมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ตัดเย็บเสื้อผ้า แห่งหนึ่งใน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้รวมตัวกันแจ้งคามดำเนินคดีกับคณะกรรมการกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่บริหารงานส่อไปในทางทุจริต ฉ้อโกง เนื่องจากสมาชิก ฯฝากเงินไว้กับสหกรณ์ดังกล่าว รวมมูลค่าเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท ล่าสุดทางนายอำเภอปากพนัง และสหกรณ์จังหวัดได้ยืนยันว่ากลุ่มสัจจะออมทรัพย์ดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด ล่าสุดทางสมาชิกผู้เสียหายยังไม่มั่นใจว่าตำรวจและเจ่าหน้าที่จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้สมาชิกผู้เสียหายที่แนะชาวบ้านธรรมดาตาดำ ๆ ได้รับความเป็นธรรม จึงจ่อร้องของความช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” รอง ผบ.ตร.ลงมาควบคุมคดี เพราะเป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย เป็นตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

(18 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเย็นของวันนี้ (18 ส.ค.) ที่ห้องประชุม สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สิชา พูลวงษ์.ผกก.สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมพนักงานสอบสวน ได้นัดกลุ่มผู้เสียหายนำโดยนางโสธญา ทันราย นางจริญญา สกุลรุตน์ และนางเพ็ญศรี จินคำ พร้อมผู้เสียหายอีกจำนวน 30-40 คน เดินทางมาพบปะหารือถึงแนวทางในการแกปัญหากับทางฝ่ายคณะผู้บริหารกลุ่มสัจจะออมทรัพย์นำโดยนายชูแจ้ง ไหมพูล อายุ 60 ปี ประธานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ตัดเย็บเสื้อผ้า บ้านเนินสำโรง หมู่ 3 ต.ปากพนรังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง ที่เดินทางมาพรอมฝ่ายกฎหมาย

ในที่ประชุมทั้งสองฝ่ายมีการโต้เถียงขึ้นเสียงกันอย่างดุเดือด โดยทางนายชูแจ้ง ไหมพูล ประธานกลุ่ม ฯยืนยันว่าตั้งใจดำเนินการกิจการของกลุ่มสัจจะออกดมทรัพย์ ฯอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา ไม่เคยคิดคดโกงใคร ส่วนเรื่องกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ตัดเย็บเสื้อผาบานเนินสำโรงมี การจดทะเบียนกลุ่มทางราชการหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะตนรับเป็นประธานดำเนินการต่อมาจากประธานและทีมบริหารชุดก่อน ตนไม่มีความรู้ ความเขาใจในเรื่องระบบบัญชี และการเงิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินเขาดำเนินการมีเอกสารหลักฐานทุกอย่างชัดเจน และจากการตรวจสอบพบปัญหามันเกิดจากการที่ทางกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ได้ปล่อยเงินกู้ให้กับสมาชิกสูงกว่า 20 ล้าน แต่กรากฏว่าลูกหนี้ที่กู้เงินไม่จ่ายเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย ส่งผลให้ทางกลุ่มขาดสภาพคล่องด้านการเงินไม่สามารถมีเงินมาหหมุนเวียนปล่อยกู้หนทอให้สมาชิกรายใหม่ถอนเงินได้ โดยมทีลูกหนี้ที่ขาดการผ่อนชำระต่อเนื่องมาหลายปีอยู่หลายรายรวมยอดประมาณ 11 ล้านบาท ซึ่งทางตนและกลุ่มสัจจะ ๆได้ว่าจ้างทนายยื่นฟ้องลูกหนี้รายใหญ่ ๆ หลายราย ซึ่งทางศาลได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้จำนวนหนึ่งจ่ายเงินกู้ตามคำพากษา พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5/ปี อยู่ระหว่างการรอลูกหนี้จ่ายเงินตามคำพิพากษา และหากได้เงินจากลูกหนี้มาก็จะอนุมัติให้สมาชิกที่ยื่นถอนเงินฝาก หรือการขอกู้ราใหม่ต่อไปได้ และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทางกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ฯได้ประกาศขายเต้นท์จำนวน 25 หลังพร้อม โต๊ะ เก้าอี้ วัสดุอุปกรณ์ประกอบครบชุด ในราคารวม 2 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทยอยจ่ายให้กับสมาชิกที่ยื่นขอถอนเงินตามลำดับที่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกจัดเรียงลำดับสมาชิกที่ขอถอนเงินก่อนหลังตามลำดับ

อย่างไรก็ตามนางโสธญา ทันราย อายุ 35 ปี และตัวแทนสมาชิก ฯผู้เสียหายยืนยันว่า แม้ทางกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ อ้างว่าอยู่รอระหว่างรอการชำระเงินจากลูกหนี้ตามคำพากษา และขายเต้นท์ 25 หลังและและชุดเครื่องครัวประชุมในราคา 2 ล้านบาท แต่สมาชิกไม่มั่นใจว่าเมื่อได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแล้วทางนายชูแจ้ง ไหมพูล ประธานกลุ่ม และทีมผู้บริหารจะนำเงินมาจ่ายให้กับสมาชิก กลุ่มที่รวมตัวกันแจ้งความหรือไม่ เพราะตั้งแต่ยืนขอถอนเงินมาตังแต่เดือนเมษายน 2565 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ แม้ตนเดือดร้อนฉุกเฉินต้องพาลูกเข้า รพ.ขอถอนเงินตัวเองที่ฝากไว้แค่ 1,000 บาทก็ยังไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ยอดเงินฝากตนมีมากกว่า 100,000 บาท ในขณะที่วันรุ่งขึ้นญาติสนิทของผู้บริหารยังสามารถยื่นกู้ ฯและขอถอนเงินนับหมื่นบาทได้รับการอนุมัติและรับเงินได้ตามปกติ จึงไม่มั่นใจและเชื่อไม่ได้กับคำพูดของนายชูแจ้ง และทีมบริหารกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ชุดนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการแสดงความคิดเห็นและโต้เถียงกันประชุมนานกว่า 2 ชม. จึงมีการสรุปเบื้องต้นว่าเพื่อให้สมาชิก ผู้เสียหายมั่นใจว่าหากลูกหนี้ตามคำพากษาจ่ายหนี้คืนให้กับกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ สมาชิกจะได้รับเงินที่ฝากไว้กับกลุ่มสัจจะออมทรัพย์อย่างแน่นอน โดยจะนำลูกหนี้ที่จะจ่ายเงินคืนตามคำพิพากษามาพบและทำสัญญากับสมาชิกแต่ละคนโดยตรง เป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากกลุ่มสัจจะออมทรัพย์มาเป็นลูกหนี้ที่จะจ่ายเงินตามคำพิพากษาแทน ซึ่งแทนที่จะจ่ายคืนให้กับกลุ่มสัจจะออมทรัพย์จะจ่ายให้จ่ายคืนกับสมาชิก ผู้เสียหายโดยตรงตามจำนวนที่จะมีการทำสัญญาระบุไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรของสมาชิกแต่ละราย โดยจะมีการนัดดำเนินการ ทำเอกสารสัญญากันอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 7 ก.ย. 2566 นี้ที่ห้องประชุม สภ.ปากพนัง ในเบื้องต้นทั้งสองฝ่ายตกลงตามเงื่อนไขดังกล่าว และพากันแยกย้ายกันกลับไป

นางโสธญา ทันราย กล่าวว่าเงื่อนไขขอตกลงดังกล่าว ทางสมาชิกผู้เสียหายยอมรับได้ และมีความหวังว่าจะได้รับเงินคืน เพราะเมื่อลูกหนี้ของกลุ่มสัจจะออมทรัพย์จะจ่ายเงินตามคำพากษาคืนกับกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ได้ทำสัญญาจ่ายเงินตามยอดหนี้ของสมาชิกแต่ละรายโดยตรง แทนที่จะจ่ายผ่านกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ แต่ไม่แน่ใจว่าในวันที่ 7 ก.ย.ที่จะมาพบทำสัญญากันนั้นจะมีสมาชิกที่ต้องการถอนเงินจากกลุ่มสัจจะออมทรัพย์จะมาแสดงตนขอถอนเงินกี่ราย หากมาทั้ง 1,000 ราย หรือ 500-600 ราย ปัญหาก็จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตามการทำสัญญาจ่ายเงินจะต้องจ่ายสมาชิกที่ร่วมกันแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ก่อน ส่วนสมาชิก ที่เหลือก็เป็นเรื่องที่กลุ่มสัจจะออมทรัพย์จะแก้ปัญหากันเองต่อไป

ไพฑูรย์ อินทศิลา/ นครศรีธรรมราช
18 ส.ค. 2566