วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

ผู้ว่าฯเมืองคอนพร้อมรองอธิบดีกรมการค้าภายในสุมหัวประชุมสรุปปัญหาราคามังคุดตกต่ำรายงาน ผู้กองธรรมนัส นำทีมลงพื้นที่พรุ่งนี้

04 ก.ย. 2023
64

หลังจากที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนดการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในเวลา 15.00 น.วันที่ 4 ก.ย. 2566 เพื่อไขปัญหาราคามังคุดตกต่ำ จนเกษตรกรชาวสวนมังคุดรวมตัวนำมังคุดหลายตันมาเททิ้งบนภถนนหน้าที่ว่าการอำเภอพรหมคีรี เพื่อเป็นการประชดและเรียกนรองขอความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างจริงจัง
ในขณะที่เมื่อเวลา 17.00 น. วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2566 นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมด้วยนายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด พาณิชย์จังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด นายอำเภอในพื้นที่ประสบปัญหาราคามังคุดตกต่ำ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพรหมคีรี อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอพระพรหม อำเภอลานสกา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมหารือประเมินสถานการณ์ด้านปริมาณ ราคา รวมทั้งกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหามังคุดราคาตกต่ำ สรุปความได้ 5 แนวทางดังนี้ 1.ส่งเสริมการขายตรงและขายผ่านระบบออนไลน์ช่วยชาวสวนรายย่อย 2.เร่งเปิดจุดปลายทางเพิ่มขึ้น ทั้งห้างท้องถิ่น และโมบายพาณิชย์ เพื่อช่วยระบายผลผลิต 3.ให้มีการจัดการผลผลิตต่อเนื่อง มีการแปรรูปมังคุดเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น มังคุดกวน น้ำมังคุด ทำเครื่องสำอาง เป็นต้น 4.ส่งเสริมให้ชาวสวนทำมังคุดคุณภาพให้ตรงกับความต้องการของตลาด 5.ส่งเสริมการรวมกลุ่มแปลงใหญ่มังคุด ให้มีการประมูลผลผลิตของสมาชิก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาด

 

โดยในวันพรุ่งนี้คณะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา ,นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นความต้องการของเกษตรกรชาวสวนมังคุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในเวลาประมาณ 15.00 น.ที่ อ.พรหมคีรี ซึ่งหน่วยงานในระดับจังหวัดจะรายงานสรุปมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายประการที่ทำให้ราคามังคุดตกต่ำ เช่น สภาพดินฟ้าอากาศที่มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น การเข้าสู่ช่วงปลายฤดู
จากข้อมูลของเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชพบว่าฤดูกาลนี้ มีผลผลิตมังคุด จำนวน 40,561 ตัน ออกสู่ตลาดแล้วจำนวน 28,110 ตัน (ร้อยละ 70) ที่เหลือ 12,451 ตัน ยังคงทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องโดยปริมาณผลผลิตมากที่สุดอยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 21-31 สิงหาคม 2566 มีปริมาณ 6,500 กว่าตัน กรมการค้าภายในร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รวบรวมมังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปเปิดจุดจำหน่ายใน กรุงเทพมหานคร ผ่านรถโมบายพาณิชย์ จำนวนทั้งหมด 100 จุด และต่างจังหวัดอีก 120 จุด รวม 220 จุด ปริมาณ 1,100 ตัน เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรในการจำหน่ายมังคุดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยได้มอบกล่องใส่ผลไม้ให้กับเกษตรกร จำนวน 35,000 กล่อง โดยสำนักงานฯ ได้จัดสรรให้กลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรขายออนไลน์แล้ว โดยมังคุดรุ่นที่ 1 ออกหมดไปแล้ว ตอนนี้เหลือรุ่นที่ 2 อีกประมาณ 20,000 ตันเศษ ซึ่งจากมาตรการที่กรมการค้าภายในเข้าไปดูดซับผลผลิต 12,950 ตัน จะช่วยเร่งระบายผลผลิตให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่องต่อไป

 

สำหรับราคามังคุด ณ วันที่ 1 กันยายน 2566 ราคามั้งคุดคัดเกรดต่าง ๆ – เกรดมันใหญ่ ราคา 33 – 37 บาท/กิโลกรัม – เกรดมันเล็ก ราคา 23 – 27 บาท/กก. – เกรดผิวกาก/ผิวลาย ราคา 20 บาท/กก. – และเกรดตกไซต์/ผิวดำ ราคา 15 – 17 บาท/กก. และราคาซื้อขาย ณ จุดรับซื้อทั่วไป เกรดมันรวม ราคา 25-30 บาท เกรดคละ 13-20 บาท ส่วนเกรดดำ/ดอก 7-10 บาท ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพผลผลิต ซึ่งการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันให้เข้มแข็งเพื่อทำมังคุดคุณภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และนำผลผลิตมารวมเพื่อใช้ระบบประมูลจะทำให้มีการแข่งขันด้านราคาและเพิ่มอำนาจการต่อรองทำให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น ประกอบกับผลผลิตมังคุดจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่ในช่วงปลายฤดู ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กและมีผลกระทบจากฝนตกในพื้นที่จึงมีเนื้อแก้วและยางไหลร่วมด้วย ส่งผลให้คุณภาพและราคาลดลง

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/ นครศรีธรรมราช
3 ก.ย. 2566