วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

ผวจ.ชลบุรี/ผอ.ศรชล.จว.ชลบุรี พร้อม จนท.เกี่ยวข้องลงตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล ไทยออยล์ปิดวาล์วท่อน้ำมันที่เกิดปัญหาและวางทุ่นล้อมคราบน้ำมันเพิ่มเติม เพื่อป้องแพร่กระจายคราบน้ำมัน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ก.ย.66 นายธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี ในฐานะผอ.ศรชล.จว.ชบ. รองอธิบดีกรมเจ้าท่า น.อ.พินัย จินชัย รอง ผอ.ศรชล.จว.ชบ., ผอ.สจป. เจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา เจ้าท่าภูมิภาค สาขาชลบุรี ตำรวจน้ำศรีราชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทน บริษัท ไทยออยล์ ลงเรือตรวจการณ์เจ้าท่า 804 จากท่าเรือกองบริการ ท่าเรือแหลมฉบัง ไปตรวจสอบคราบน้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล (SBM-2) ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ ด้านใต้เกาะสีชัง และบริเวณใกล้เคียง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งขณะนี้ทาง บริษัท ไทยออยล์ ได้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์บริเวณที่เกิดเหตุไว้แล้ว โดยปิดวาล์วท่อน้ำมันที่เกิดปัญหา และวางทุ่นล้อมคราบน้ำมันเพิ่มเติม เพื่อป้องกันและจำกัดการแพร่กระจายตามขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้ขณะนี้ไม่มีน้ำมันรั่วไหลเพิ่มเติมแล้ว และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางบริษัทฯ ไทยออยล์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ เพื่อประเมิสถานการณ์โดยรอบจุดเกิดเหตุ รวมทั้งได้เตรียมสารเคมีและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมทั้งดำเนินการขจัดคราบน้ำมัน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ทั้งนี้มีการเก็บตัวอย่างน้ำทะเล ไปตรวจสอบอีกด้วย
ด้านกรมควบคุมมวลพิษ ได้ส่งหนังสือแถลงการณ์ว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566 เวลา 21.00 น. เกิดเหตุน้ำมันดิบชนิด ARUB Light Crude รั่วไหล บริเวณทุ่นรับน้ำมันของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะสีซัง จังหวัดชลบุรี โดยคาดว่ามีปริมาณน้ำมันรั่วไหลประมาณ 50 – 70 ลูกบาศก์เมตร และบริษัทฯ ขออนุญาตใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน (Dispersant) ชนิด Super Dispersant 25 จำนวน 6,000 ลิตร โดยกรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการ ดังนี้ 1.คาดการณ์แนวทางการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (OILMAP) ซึ่งคาดว่น้ำมันจะขึ้นฝั่งประมาณวันที่ 8 – 10 กันยายน 2566 บริเวณเกาะท้ายค้างคาว อ่าวอุดม และอาจรวมถึงหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี 2.ประสานกรมเจ้าท่า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน 3.ออกสำรวจและการเก็บตัวอย่างน้ำและน้ำมัน เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ จะประสานหน่วยงานต่างๆ ภายใต้แผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ เพื่อติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ เป็นระยะอย่างต่อเนื่องต่อไป

ล่าสุด ทางบริษัทฯ เร่งดำเนินขจัดคราบน้ำมัน พร้อมกับขอรับการสนับสนุนภาพการตรวจการณ์โดยอากาศยานและ UAV ของกองทัพเรือ และ ศปก.ศรชล.ภาค ภาพถ่ายทางอากาศด้วย บ./UAV ของ ทร. และ ฮ.ทร. เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่พบคราบน้ำมัน ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ CIS ที่ห้องประชุม บ.ไทยออยส์ และให้ ศรีราชา VTS เพื่อดำเนินการและวางแผนขจัดคราบน้ำมัน
สำหรับ การดำเนินการขจัดคราบน้ำมันในเบื้องต้น ได้แบ่งพื้นที่สำหรับ Oil Spill Operation ออกเป็น 3 พื้นที่ Block ละ 9 ตารางไมล์ (ด้านละ 3 ไมล์ ) กำหนดชื่อ เป็น A B C
ส่วนการดำเนินคดี ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำความผิดตาม พรบ.การเดินเรือฯ ตามบันทึกประจำวันและหนังสือมอบอำนาจ จาก จภ.6 (ชบ) ต่อไป

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี