วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

ญาติหนุ่มผูกคอปริศนาไม่เชื่อลูกชายผูกคอเองชื่อถูกคนสนิทและเพื่อนฆาตกรรม บุกร้องสื่อวอนตำรวจช่วยทำคดีใหม่

06 ก.ย. 2023
2728

กรณีพบศพนายเอกพจน์หรือเท่ง แก้วสิงขรณ์ อายุ 34ปี ผูกคอตายในป่าพรุ หมู่ 7 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช กลายเป็นศพเน่าเปื่อยยุ่ยหัวหลุดขาดจากคอ โดยใช้เสื้อยืดของตัวเองผูกคอตายกับกิ่งต้นไม้ในป่าพรุดังกล่าวเมื่อ25กค.2566ที่ผ่านมา ซึ่งญาติๆยังติดใจสาเหตุการตายของนายเอกพจน์หรือเท่ง เชื่อว่าไม่ใช่การผูกคอตายเองแต่อาจจะเป็นการฆาตกรรม จึงไม่ยอมเผาศพนายเอกพจน์และนำศพไปแช่เย็นเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาไม่ใช่สรุปว่าเป็นการผูกคอตายเองนั้น

ล่าสุดวันนี้(6กย.)ที่สำนักงานสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้มีนายวัชรินทร์ แก้วสิงขรณ์ อายุ 60ปี และนางวันเพ็ญ ทองวิจิตร อายุ 52ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ของนายเอกพจน์ พร้อมญาติๆได้เดินทางมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมในคดีนี้ว่าพวกตนต้องการมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายเอกพจน์หรือเท่ง ลูกชายของตนในครั้งนี้เนื่องจากพวกตนไม่เชื่อว่าลูกชายของตนจะผูกคอตายเองอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าต้องถูกฆาตกรรมจากคนใกล้ชิดคนหนึ่งของลูกชายและเพื่อนสนิทของลูกชายตนอย่างแน่นอนเพราะทราบว่าลูกชายมีความขัดแย้งกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างรุนแรง เนื่องจากสงสัยพบพิรุธหลาอย่างในที่เกิดเหตุไม่ว่าจะเป็นสภาพศพที่คอขาดจนกระโหลกศีรษะหลุดได้อย่างไรทั้งๆที่ศพเสียชีวิตไปแค่8วันเอง ศพลูกชายมีรอยไหม้เกรียมบริเวณหน้าอกลำคอเชื่อว่าจะต้องถูกเผาหรือไม่ก็ถูกสารเคมีชนิดน้ำกรดหรือน้ำยาฆ่าหญ้าราดก่อนแล้วนำศพไปผูกคอตายก่อนอย่างแน่นอน ผ้าผูกคอก็ไม่แน่นเหมือนการผูกคอตายทั่วไป น้ำเหลืองก็ไม่มี แมลงวันก็ไม่ตอมอย่างน่าสงสัย แต่ตำรวจระบุสาเหตุการตายของลูกชายว่าเป็นการผูกคอตายเอง ซึ่งญาติๆไม่เชื่อว่าเป็นการผูกคอตายเองอย่างแน่นอน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมพวกตนก็จะเดินทางเข้ากทม.เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อต่อไป

สำหรับศพของนายเอกพจน์หรือเท่ง เดิมกำหนดฌาปนกิจศพวันที่31กค.ที่ผ่านมาที่เมรุวัดเพชรจริก อ.เมืองนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าขณะที่ญาติเตรียมเผาศพนายเอกพจน์ฯลูกชายนั้น มีวิญาณของลูกชายได้เข้าร่างทรงคนหนึ่งว่าอย่าเพิ่งเผาก่อนให้ญาติจัดการเรื่องคดีนำตัวคนร้ายที่ฆ่าลูกชายตนมาดำเนินคดีให้ได้เสียก่อน ทำให้ญาติๆต้องยุติการเผาศพนายเอกพจน์ แล้วนำศพไปแช่แข็งเพื่อรอให้ความเป็นธรรมกับลูกชายตนเสียก่อนถึงจะทำการเผาลูกชายหลังจากได้รับความยุติธรรมแล้ว
นอกจากนี้หลังมีการพบศพเอกพจน์ และมีการนำศพออกจากที่เกิดเหตุไปหลายวันแล้วทางญาติๆได้ย้อนกลับไปดูที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานบางอย่าง จนไปพบหลักฐานว่ามีคนมีจุดเทียน2เล่ม เหรียญบาท1อัน วางในที่เกิดเหตุพบศพลูกชายซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ แต่ญาติเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะย้อนกลับไปจุดเทียนเพื่อขอขมาศพลูกชายหลังจากนำศพลูกชายออกไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมากเช่นกัน

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา 6ก.ย.2566