วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

เผยศูนย์บำบัดฯผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดครบวงจรแห่งแรกในประะเทศไทย-ผู้ว่า ฯเมืองคอนวอนรัฐบาลรับขยายผลสานต่อทั่วประเทศ

07 ก.ย. 2023
423

จากกรณีที่ นายธนะชัย วิบูลย์พันธ์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน หมู่ 12 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ทราบว่ามาเช่าบ้านอยู่อาศัยไม่ไกลจากสำนักงานการประปาภูมิภาค อ.ปากพนัง ถนนสุนอนันต์ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก เกิดอาการคลุ้มคลั่งโกรธแค้นที่โดนเจ้าหน้าที่การประปาตัดมาตรน้ำ เนื่องจากค้างจ่ายค่าน้ำกว่า 4 เดือน จึงควงขวานบุกเข้าไปในสำนักงานประปา ไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ และทุบตีกระจก ฟันโต๊ะทำงาน ก่อนจะออกมากลางถนนไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุบตีและฟันรถ จยย.สายตรวจของตำรวจ ทุบตีรถยนต์ของชาวบ้านพังเสียหายหลายคัน ก่อนจะชิงเอารถ จยย.ของชาวบ้านที่มาค่าน้ำประปาและจอดเสียบกุญแจไว้ขับหลบหนีไปทาง อ.เมือง จนถึงป้อมตำรวจประจำตำบลคลองกระบือ ทิ้งวงรถชาวบ้านเปลี่ยนมาชิงรถ จยย.สายตรวจที่จอดเสียบกุญแจไว้หน้าป้อมยาม ในระหว่างขับหลบหนีเขาเขต ต.คลองน้อย รถ จยย.สายตรวจเกิดน้ำมันหมด จึงทิ้งรถ จยย.ลงไปชิงเอารถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว วีโว่ ทะเบียน ผค-4962 นครศรีธรรมราช ของชาวบ้านขับหลบหนีเข้าเขต อ.เมือง และมุ่งหน้าต่อไปยังพื้นที่ อ.ท่าศาลาอย่างน่าหวาดเสียวหวุดหวิดจะชนกับรถคันอื่น ๆ หลายครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ฯขับรถไล่ตามอย่างกระชันชิดและสุดระทึกขวัญจนเข้าไปในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา ท่ามกลางความแตกตื่นของนักศึกษา คณาจารย์ และรถยนต์เกิดหมดน้ำมันหน้าเซเว่นอีเลฟเว่น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจและ รปภ.มหาวิทยาลัย บุกชาร์จจับกุมตัวเอาไว้ได้อย่างทุลักทุเล ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

(7 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในปัจจุบันมีผู้ป่วยจิตเวชอันเนื่องมาจากการเสพยาเสพติดกระจายอยู่ในทุกอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้ง 23 อำเภอ และมีอาการคลุมคลั่งก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ่อแม่ ญาติพี่น้องและชาวบ้านเสียชีวิตและบาดเจ็บต่อเนื่องไม่ว่างเว้นในแต่วันละหลายครั้ง ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือน “ระเบิดมนุษย์” ที่พร้อมจะระเบิดสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินตลอดเวลา กลายเป็นเหตุอาชญากรรมที่รุนแรงสะเทือนขวัญกว่าคดีฆ่ากันตายและคดีอาชญากรรมอื่น ๆ ที่ในอดีตเมื่อ 10 ปีก่อนนครศรีธรรมราชครองแชมป์อาชญากรรมสูงสุดของประเทศเกือบทุกปี.
แม้ในรอบเกือบ 1 ปีที่ผ่านมานายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีนโยบายในการป้องกันปราบปรามและแก้ปัญหายาเสพติดครบวงจร โดยปรับปรุงกองร้อย อส.จ.นครศรีธรรมราช เป็นศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยรุนแรงเข้าข่ายจิตเวช เป็นแห่งแรกในประเทศไทย มีเป้าหมายในแยกผู้ป่วยจิตเวชออกจากชุมชนหมู่บ้านเข้าสู่กระบวนการบำบัด รักษา ฟื้นฟู อย่างจริงจัง โดยตามปกติหลังจากควบคุมตัวได้นำส่ง รพ.ต่าง ๆ ซึ่งตามปกติแพทย์จะให้รับประทานยาและอยู่ รพ. 3-4 วันจึงให้ญาติมารับกลับบ้าน และผู้ป่วยรายเดิมจะมีอาการกำเริบกลับมาก่อเหตุซ้ำซากวนเวียนอยู่ในลักษณะดังกล่าวต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด หากผู้ป่วยไม่บาดเจ็บนอนติดเตียงหรือเสียชีวิตจะไม่มีวันแก้ปัญหานี้ได้
นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในช่วงที่ตนมารับตำแหน่งใหม่ ๆ มีเหตุผู้ป่วยจิตเวชอันเนื่องจากการเสพยาเสพติดคลุ้มคลั่ง อาละวาด ทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายพ่อแม่ ญาติ และประชาชนทั่วไปเกิดขึ้นจำนวนมากต่อเนื่อง จึงคิดว่าทำอย่างไรที่จะแยกผู้ป่วยจิตเวชออกจากชุมชน หมู่บ้าน จึงมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่นำผู้ป่วยจิตเวชที่แพทย์ให้กลับบ้านไปบำบัด รักษาฟื้นฟูต่อในศูนย์ ฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมอย่างใกล้ชิด ให้รับประทานยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่องไม่ขาด นำออกกำลังกายทุกเช้าและเย็น และยังมีการฝึกอาชีพสร้างรายได้ เช่น การทำการเกษตรทฤษฎี ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การฝึกอาชีพตัดผม และอาชีพอื่น ๆ ที่สร้างได้รายให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนี้จะจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนจัดเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยแต่ละรายว่าในหมู่บ้าน ชุมชนไปซื้อยาเสพติดจากใคร ที่ไหน จุดไหนบ้าง หลังได้ข้อมูลจะจัดกำลังบูรณาการ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ลงไปตรวจค้นจับกุมแหล่งค้ายาเสพติดในทุกชุมชนตามข้อมูลที่ได้จากผู้ป่วยจิตเวชแต่ละราย จนสามารถจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อยได้เป็นจำนวนมาก เป็นการตัดตอนผู้ค้าในหมู่บ้าน /ชุมชน ต้นตอของการแพร่ระบาดของยาเสพติด

โดยในขณะที่อยู่ในศูนย์บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยทุกรายจะมีการจัดจิตแพทย์มาประจำและตรวจประเมินอาการผู้ป่วย ฯทุก 7-10 วันหากประเมินผ่านว่าแน่ใจว่าจะไม่ออกไปก่อเหตุคลุ้มคลั่งอาละวาดก็จะแจ้งให้ญาติมารับตัวกลับไป แต่หากประเมินไม่ผ่านก็จะไม่อนุญาติให้กลับจะต้องอยู่บำบัดฟื้นฟูต่อไป รวมจะใช้ระยะเวลา ประมาณ 30-70 วัน ทำให้ผู้ป่วยจิตเวชหายปกติแล้วหลายร้อยคนและสามารถกลับไปอยู่ร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติและเป็นกำลังสำคัญในการทำงานหารายได้เลี้ยงครอบครัว ในปัจจุบันยังมีผู้ป่วยจิตเวชในศูนย์บำบัดฟื้นฟูอีกประมาณ 30-40 คน ซึ่งถือว่าสถานการณ์ความรุนแรงลดลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“แต่เนื่องจากการดำเนินการในรูปแบบดังกล่าว อยู่นอกกรอบระเยียบของทางราชการ จึงยังไม่มีหน่วยงานใดที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดงบประมาณมาสนับสนุนตามระเบียบราชการอย่างชัดเจน ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีรธรรมราช ต้องจัดหาทุนจากภาคเอกชน หรือผู้ใจบุญที่ร่วมบริจาคเงินทุนในการดำเนินการ อาจจะมีการสนับสรุนตามช่องทางที่ไม่ขัดต่อระเบียบกฎหมายได้บ้างเล็กน้อย ยังไม่เพียงพอกับการดำเนินงาน และเกรงว่าเมื่อนายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดกเกษียณอายุราชการศูนย์บำบัด ฟื้นฟูดังกล่าวก็ต้องยกเลิกๆไป จึงอยากให้หน่วยงานราชการทกระทรวง ทบวงกรมที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการต่อโดยมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนและขยายผลไปทั่วประเทศ จะสามารถป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดและผู้ป่วยจิตเวชอันเนื่องมาจากการเสพยาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากฝากรัฐบาลให้สานต่อและขยายผลโครงการนี้อย่างต่อเนื่องจริงจังด้วย” นายอภินันท์ เผือกผ่อง กล่าว

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
7 ก.ย. 2566