วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

หุ่นเปรตฟีเวอร์ สนามแทบแตก นทท. และ ปปช.ทะลักเที่ยวชม “นิทรรศการหุ่นเปรต” หน้าศาลากลางเมืองคอนคืนที่ 2

07 ต.ค. 2023
248

(7 ต.ค.) รายงานการจัดกิจกรรม”นิทรรศการประกวดหุ่นเปรต-พาเหรดเปรต” เนื่องในงาน 100 ปี บุญสารทเดือนสิบ ประจำปี 2566 จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ.ลานตะเคียนและสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 6 ต.ค. 2566 ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศและประชาชนในพื้นที่นำบุตรหลานแห่เดินทางมาเที่ยวชมกิจกรรมหลายพันคนจนสนามแทบแตก และเพื่อเป็นสิริมงคลส่วนใหญ่เข้ากราบไหว้อนุสาวรีย์เจ้าพระยานครน้อย ที่ประดิษฐานอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์เจาพระยานครน้อย (ลานตะเคียน) เพื่อขอพร ขอโชคลาภกันอย่างต่อเนื่อง
โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองได้นำบุตรหลานเข้าชมหุ่นเปรตที่จัดแสดงในลานตะเคียนทางทิศตะวันตก และถือโอกาสอบรม สั่งสอนบุตรหลานในเรื่องบาปบุญคุณโทษ การทำความดีละความชั่ว ให้เกรงกลัวละอายจ่อบาปและการกระทำความผิด โดยใช้หุ่นเปรตที่มีรูปลักษณ์ต่าง ๆ เป็นตัวเปรียบเทียบว่าหากทำไม่ดี หรือทำชั่วในลักษณะใดตายไปก็จะตกนรกภูมิเป็นเปรตในลักษณ์นั้นมีรูปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัว ได้รับความทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส และต้องรอ 1 ปีที่นรกภูมิจะเปิดโอกาสให้ขึ้นมาพบเยี่ยมเยียนบุตรหลาน และขอรับบุญกุศลไปไถ่โทษในนรกภูมิ ซึ่งบรรดาบุตรหลานไม่อยากเป็นเหมือนหุ่นเปรต ต่างสัญญาว่าจะไม่ดื้อกับพ่อแม่ ไม่พูดจาก้าวร้าว รุนแรง หยาบคายกับพ่อแม่หรือผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณ หุ่นเปรตนับเป็นกุศโลบายการอบรมสั่งสอบบุตรหลานของบรรพบุรุษบรรพชนอย่างยอดเยี่ยมและแยบยลของคนในสมัยโบราณ และยึดถือปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

ในขณะที่น้องจิมมี่ และน้องเอวา ซึ่งเป็นบุตรหลานของคณะกรรมการจัดทำหุ่นเปรต ได้เข้าไปอยู่ในหุ่นเปรตและออกลีลาเต้นรำตามจังหวะเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน ในช่วงแรก ๆ เด็ก ๆ ยังเกรงกล้า ๆกลัว ๆ ไม่เข้าใกล้หุ่นเปรต แต่ในที่สุดก็กล้าที่จะเข้าใกล้และขอเข้าไปอยู่ในหุ่นเปรตเต้นทำบ้าง จนเกิดเป็นกระแสความต้องการ ทั้งเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ แย่งกันเข้าเต้นรำในหุ่นเปรต ทำให้หุ่นเปรตที่จัดเตรียมไว้สำหรับให้เด็ก ๆ เข้าไปอยู่เพื่อเต้นทำไม่เพียงพอกับความต้องการ จนต้องเข้าคิวสลบสับเปลี่ยนกหันเข้าไปเต้นรำในหุ่นเปรต บรรดายากาศเป็นออย่างคึกคักสนุกสนานสุดเหวี่ยง ทำให้ลานกิจกรรมหุ่นเปรตกลายเป็นไฮไลท์ไปโดยปริยาย
โดยเฉพาะบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างให้ความสนใจเข้ามาเที่ยวชมและมุงดูการเต้นรำหุ่นเปรต ก่อนจะตัดสินใจมาขอเข้าไปเต้นรำในหุ่นเปรตและให้เพื่อน ๆถ่ายภาพ คลิปทำคอนเทนส์โพสต์ในโลกโซเชี่ยลไปทั่วโลก ซึ่งในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวฟลิปปินส์ที่เข้าไปเต้นรำในหุ่นเปรตอย่างสนุกสนาน และนอกจากจะออกลีล่าเต้นรำแล้วยังบังคับให้หุ่นเปรตแสดงท่าทางต่าง ๆ เพื่อหยอกล้อเพื่อนฝูงสร้างความสนุกสนานครื้นเครงเป็นอย่างมาก

 

ส่วนทางฝั่งตรงข้ามลานตะเคียน ซึ่งจัดเป็นกองอำนวยการ และเวทีกลาง พร้อมใตลาดย้อยยุคกว่า 130 ซุ้ม ส่วนใหญ่เป็นขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองที่หารับประทานได้ยากในปัจจุบันนำมาเปิดบูธผลิตและจำหน่ายกันสด ๆ ร้อน ๆ สร้างความประทับใจและชื่นชอบให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่ง แต่ละร้านแต่ละบูธขายดิบขายดีเป็นพิเศษ ในขณะที่การแสดงมหรสพ เริ่มตั้งแต่การทอกเพลงบอก โดยมีสื่อมวลชน นักจัดรายการวิทยุ นำโดยนายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ,ยายหนวด ,มาดามเดียร์ ,ชายโมคลาน ,หนังโขน อ้ายลูกหมี เป็นต้นสลับสับเปลี่ยนกันเป็นพิธีกรเคยโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ ที่ไปที่มาเกี่ยวกับการจัดงานนิทรรศการหุ่นเปรตและตลาดย้อนยุค” โดยใช้ภาษาถิ่นปักษ์ใต้นครศรีธรรมราชเป็นหลักสอดแทรกมุขตลก ขำขันอย่างต่อเนื่อง สร้างความรู้ ความเข้าใจ และสนุกสนานขำขันให้กับผู้มาเที่ยวชมงานที่ต่างก็หัวเราะกันท้องคับท้องแข็ง
สำหรับการแสดงมรสพใช้เวลทีแบกะดิน ซุ้มเวทีทำด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงจาก โดยมีการ “ดนตรีรำวงเวียนครก ลูกทุ่งกลองยาว คณะ 105 พาเพลิน โดยพ่อค้า แม่ค้าสลับสับเปลี่ยนกันออกมาเต้นรำร่วมกับประชาชนและนักท่องเที่ยว ในขณะที่น้องจิมมี่ และน้องเอวา และเพื่อน ๆ รวม 4-5 คนได้เข้าไปเต้นในหุ่นเปรตร่วมสนุกสนานหน้าเวที โดย“นิทรรศการประกวด “หุ่นเปรต-พาเหรดเปรต” จะมีต่อเนื่องไปจนถึงแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่บรรพบุรุษบรรพชนทั้งหลายจะถูกนรกภูมิเรียกกลับไปชดใช้กรรมหลังจากปลดปล่อยขึ้นมายังโลกมนุษย์ 15 ราตรี ระหว่างวันแรม 1 ค่ำ – แรม 15 ค่ำ เดือนสิบ ในปีนี้อยู่ระหว่าง วันที่ 30 ก.ย.-14 ต.ค.2566 โดยในวันแรม 13 ค่ำ ตรงกับวันที่ 12 ต.ค.2566 จะมีขบวนพาเหรดเปรตอย่างยิ่งใหญ่อลังการจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มายังศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นขบวนที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้น ยิ่งใหญ่อลังการเป็นไอต์ไลท์หรือหัวใจของงานบุญสารทเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช
7 ต.ค. 2566