วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

บุกทลายโรงงานผลิตดัดแปลงลำกล้องอาวุธปืนแบงค์กันรายใหญ่เมืองคอนส่งขายออนไลน์ทั่วไทย

(11 ต.ค.) นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.นครศรีธรรมราชพล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กำลังตำรวจสืบสวนจากภาค8และตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราชและตำรวจตม.รวมกำลังกว่า 20นายพร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้สนธิกำลังนำหมายค้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เลขที่492/2566 ลงวันที่ 11ตค.2566 เข้าตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 556/401 ซอยสาย3 หมู่บ้านการเคหะอ้อมค่าย 2 ม.5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสืบทราบว่าเป็นแหล่งผลิตอาวุธปืนและลำกล้องปืนหลายชนิดส่งขายทางออนไลน์ของบริษัทชื่อดังต่าง ๆหลายบริษัท
ปรากฏว่าเมื่อกำลังตำรวจชุดสืบสวนทั้งหมดเดินทางไปถึงพบว่าไม่มีใครอยู่ในบ้านจึงบุกเข้าไปตรวจค้นตามหมายค้นของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปในบ้านถึงกับตะลึงเมื่อพบหลักฐานอุปกรณ์ผลิตอาวุธปืนและแท่นกลึงผลิตลำกล้องอาวุธปืนจำนวนมากกระจายอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว โดยบริเวณหลังบ้านพบแท่นกลึงสำหรับผลิตลำกล้องอาวุธปืนชนิดต่างๆและลำกล้องอาวุธปืนวางอยู่จำนวนนับร้อยอัน

 

และในห้องพักห้องแรกซึ่งดัดแปลงเป็นห้องเก็บเสียงอย่างดี สำหรับผลิตลำกล้องอาวุธปืนขนาดต่างๆ จนท.ตำรวจพบอาวุธปืนชนิดแบงค์กันจำนวน 3กระบอก ลำกล้องที่มีการตัดและดัดแปลงให้เข้ากับอาวุธแบงค์กันแล้วจำนวนมากที่กำลังเตรียมแพคส่งไปให้ลูกค้าทางออนไลน์ช่องทางต่างๆ และพบกระสุนปืนขนาด.38จำนวนนับร้อยนัดในกล่องบรรจุกระสุนปืน และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าบ้านและรอบบ้านจำนวน5ตัวด้วยกันและพบเซฟเวอร์กล้องวงจรปิดสำหรับดูความคเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านและรอบบ้านด้วย
และอีกห้องใกล้กันจนท.พบกล่องลังกระดาษสำหรับเตรียมส่งสินค้าให้กับลูกค้าทางขนส่งเอกชนต่างๆวางอยู่เกลื่อนห้อง ซึ่ง จนท.ได้ตรวจเก็บหลักฐานทั้งหมดเพื่อตรวจสอบต่อไปแล้ว ซึ่งจนท.ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนครศรีธรรมราชได้มีการตรวจเก็บหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินการตรวจสอบหาตัวผู้เช่าบ้านหลังนี้ต่อไป
โดย พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าตำรวจชุดสืบสวนได้เฝ้าดูติดตามพฤติการณ์ของผู้ต้องสงสัยรายนี้มานานแล้วคือนายวีระยุทธ พรรณรังสี หรือ “บ่าว เคหะ”อายุ 32 ปี ซึ่งมีพฤติการณ์เรื่องยาเสพติดและอาวุธปืนเคยติดคุกมาแล้วในคดีดังกล่าว โดยพบว่านายวีระยุทธหรือบ่าว เคหะ หลังจากพ้นโทษมาแล้วนายวีระยุทธ์หรือบ่าว เคหะ ได้มาเช่าบ้านหลังดังกล่าวมานาน 2 ปีเพื่อผลิตลำกล้องอาวุธปืนที่ดัดแปลงใส่กับปืนแบงค์กันเพื่อส่งขายให้กับลูกค้าทางออนไลน์ ซึ่งมีลูกค้าสั่งซื้อลำกล้องอาวุธปืนจากนายวีระยุทธ์จำนวนมากมานานแล้ว จากการตรวจสอบประวัตินายวีระยุทธ์หรือบ่าว เคหะ พบว่าจบแค่ ม.3 เท่านั้นและไปเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคแค่ 3 เดือนก็ออกจากโรงเรียน แต่ยังมีความสนใจในเรื่องผลิตอาวุธปืนจึงเรียนรู้ทางออนไลน์จนมีความรู้เชี่ยวชาญในการผลิตลำกล้องอาวุธปืนจนสามารถผลิตขายอย่างเป็นลำเป็นสัน ซึ่งทางนายวีระยุทธ์หรือบ่าว เคหะจะใช้เวลาผลิตลำกล้องอาวุธปืนทั้งวันทั้งคืนจนทำให้ค่าไฟของบ้านเช่าสูงถึงเดือนละ 3-4000 กว่าบาททุกเดือน จนหลังจากเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างพารากอน ทำให้นายวีระยุทธ์หรือบ่าว เคหะ ไหวตัวทันชิงหลบหนีไปได้เสียก่อนที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้น ซึ่งทางตำรวจจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายวีระยุทธ์หรือบ่าว เคหะและจะได้ขยายผลเครือข่ายผลิตลำกล้องอาวุธปืนแก๊งนี้ต่อไป
นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้เข้ามาตรวจบ้านที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพร้อมกับเปิดเผยว่า การปราบปรามโรงงานผลิตอาวุธปืนเป็นนโยบายของ มท.1 รมว.มหาดไทย ซึ่งได้สั่งกำชับให้ตรวจค้นและจับกุมอย่างเข้มข้น ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการสนองนโยบายของ รวม.มหาดไทยและจะทำต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งนโยบายการขอใบอนุญาตมีและพกพาอาวุธปืนตนจะไม่มีการเซ็นต์ใบอนุญาตให้ใครโดยเด็ดขาดเพื่อสนองนโยบายของ รมว..มหาดไทยเต็มที่

 

ในวันเดียวกัน พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 ได้บินด่วนโดยเฮลิคอปเตอร์ จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จ.ภูเก็ต เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุตำรวจจับกุมทลายแหล่งผลิตลำกล้องอาวุธปืนเถื่อนที่ส่งขายทางออนล์ไปทั่วประเทศที่บ้านเลขที่ 556/401 หมู่บ้านเคหะ2 ถนนอ้อมค่ายฯ หมู่ 5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยหลังจากตรวจที่เกิดเหตุแล้ว พล.ต.ท.สุรพงษ์ พ้อมด้วยนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชได้ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าของคดีนี้เป็นผลจากการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนายวีระยุทธ์ พรรณรังสีหรือ ”บ่าว เคหะ”มานานแล้วจนสามารถเข้าตรวจค้นเจอของกลางจำนวนมากดังกล่าว ซึ่งจะได้ขยายผลเครือขายแก๊งขายอาวุธปืนแก๊งนี้ต่อไป
โดยเบื้องต้นทางตำรวจได้มีการนำนายจิระวัฒน์หรือโจ พรหมการ อายุ 34ปี คนส่งของลำกล้องอาวุธปืนไปทางพัสดุให้กับลูกค้า และนายอนวัช ศรีบัว อายุ 32 ปี คนเปิดบัญชีม้า ส่วนนายวีระยุทธ์ พรรณรังสี หรือ “บ่าว เคหะ” หัวหน้าแก๊งนี้ทางตำรวจจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป ส่วนการปราบปรามโรงงานผลิตอาวุธปืนเถื่อนและลำกล้องอาวุธปืนในพื้นที่ภาค 8 หรือ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนตนได้สั่งตำรวจเร่งปราบปรามอย่างจริงจังต่อไป

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช
11 ต.ค. 2566