วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

หนีผิด บ่าว เคหะ เจ้าของโรงงานผลิตและดัดแปลงปืนแบลงก์กันขายออนไลน์ตัดสินใจระเบิดหัวหนีความผิด

(13 ต.ค.) เมื่อเย็น 12 ต.ค.พ.ต.ท.มนตรี วรรณคง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนยิงตัวตายในบ้านเลขที่ 556/401 ซอย 2 หมู่บ้านการเคหะ 2 ถนนอ้อมค่ายฯ ม.5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น แล้วจึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.สุวัฒน์ สุขศรี รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช รรท.ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.กก.สส.ภ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.ท.ณัฐภัทร พุทธังกุโร สว.สส.,กำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค8และตำรวจสืบสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช,ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนครศรีธรรมราช,แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชและจนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้งไปที่เกิดเหตุเพื่อร่วมทำการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวในหมู่บ้าน มีชาวบ้านยืนมุงดูหน้าบ้านที่เกิดเหตุจำนวนมากตำรวจจึงกันชาวบ้านออกห่างที่เกิดเหตุ โดยพบศพผู้ตายชื่อนายวีระยุทธ์ พรรณรังษี หรือ ”บ่าว เคหะ”อายุ 32 ปี สภาพนอนหงายตายบนพื้นปากทางหน้าประตูทางเข้าบ้านในชุดสวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ที่มือขวาถือกำอาวุธปืนสั้นชนิดแบลงก์กันสีดำที่มีการดัดแปลงใส่กระสุนขนาด.380 ที่ยิงไปแล้ว 1 นัด สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวเข้ากกหูขวา1นัดกระสุนฝังในเสียชีวิตคาที่ โดยบริเวณหน้าที่เกิดเหตุมีนางละออ พรรณรังสีอายุ 57 ปีแม่และบรรดาญาติๆ ของนายวีระยุทธ์ฯผู้ตายยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจชันสูตรพลิกศพลูกชายด้วยความโศกเศร้า และหน้าบ้านที่เกิดเหตุมีตำรวจชุดสืบสวนภาค 8แ ละตำรวจสืบสวนจังหวัดนครศรีธรรมราชยืนเต็มหน้าบ้าน
พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สำหรับนายวีระยุทธ์ พรรณรังสี หรือ”บ่าว เคหะ” ผู้เสียชีวิตที่ยิงตัวรายนี้ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.)ที่ผ่านมาตนได้สั่งการให้ตำรวจสืบสวนภาค 8 และตำรวจสืบสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช,ตำรวจ ตม.และฝ่ายปกครองจำนวนกว่า 20 นายสนธิกำลังนำหมายค้นของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าตรวจค้นบ้านพักที่เกิดเหตุดังกล่าว เนื่องจากแนวทางการสืบสวนทราบว่านายวีระยุทธ์หรือ “บ่าว เคหะ” ได้มาเช่าบ้านหลังที่เกิดเหตุดังกล่าว ตั้งเป็นโรงงานผลิตลำกล้องอาวุธปืนขนาดต่าง ๆ เพื่อดัดแปลงใช้กับกระสุนจริงกับปืนแบลงก์กันส่งขายทางแพลทฟอร์มทางออนไลน์ให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อทั่วประเทศมานานกว่า 2 ปี ซึ่งผลการตรวจพบของกลางจำนวนมากทั้งแท่นกลึง ตู้เชื่อม ท่อนเหล็กขนาดต่าง ๆ และลำกล้องปืนขนาดต่าง ๆจำนวนนับร้อยอัน กระสุน.380อีกนับร้อยนัดและปืนแบลงก์กันอีก3กระบอกและของกลางอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ส่วนนายวีระยุทธ์ หรือบ่าว เคหะ ได้ไหวตัวทันหลบหนีไปได้เสียก่อน

ต่อมาทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอขออนุมัติศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกหมายจับนายวีระยุทธิ์ พรรณรังสี ตามหมายจับเลขที่398/2566 ลงวันที่ 11ตค.2566 และเร่งทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อล่าตัวนายวีระยุทธ์ มาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน(ลำกล้องปืน)และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและทำในลักษณะสั่ง นำเข้ามีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืน(ลำกล้องปืน)หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าไม่ได้รับอนุญาต
ปรากฏว่าช่วงเวลา 07.30น .เช้าวันที่ (12ต.ค.) นายวีระยุทธ์ ได้โทรศัพท์ไปศูนย์วิท ยุ191 นครศรีธรรมราช เพื่อติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจตามที่ถูกออกหมายจับ โดยขอเข้าขอมอบตัวกับตน จึงได้สั่งกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 และสืบสวนจังหวัดนครศรีธรรมราชไปดักเฝ้ารอบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุเพื่อรอจับกุมนายวีระยุทธ์ ออกมามอบตัวแต่ไม่พบตัวนายวีระยุทธ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ให้นางละออ แม่ของนายวีระยุทธ์ไปตระโกนเรียกหน้าบ้านอยู่นานแต่ไม่เสียงตอบรับ จนกระทั่งตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 และสืบสวนจังหวัดเห็นผิดสังเหตุ จึงพร้อมด้วยนางละออ แม่ของนายวีระยุทธ์ไปเคาะประตูเรียกอีกครั้งแต่ไม่เสียงตอบรับและพบว่ากลอนประตูล็อคด้านในตำรวจ และญาติ ๆจึงตัดสินใจใช้เหล็กชะแลงงัดประตูบ้านเข้าไปปรากฏว่าเมื่องัดเปิดประตูอ้าออกมาก็พบนายวีระยุทธ์ ตัดสินใจใช้ปืนแบลงก์กันที่ดัดแปลงใช้กับกระสุนจริงขนาด.380 ยิงหัวตัวเองฆ่าตัวตายเพื่อหสนีความผิดดังกล่าว

ซึ่งจากการสอบสวนปากคำนางละออฯแม่และญาติ ๆ ไม่ติดใจสาเหตุการตายเพราะก่อนหน้านี้แม่และญาติพยายามโทรศัพท์ติดต่อให้นายวีระยุทธ์ลูกชายเข้ามอบตัว และตกลงกันว่าจะเข้ามอบตัวในวันเดียวกันนี้ แต่ไม่นึกว่านายวีระยุทธ์จะคิดสั้นตัดสินใจใช้ปืนแบลงก์กันที่ผลิตขึ้นมาเองบรรจุกระสุนจริง จ่อยิงหัวตัวเองฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดดังกล่าว ท่ามกลางความเสียใจของญาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำศพไปยังแผนกนิติเวช รพ.มหาราช เพื่อให้แพทย์ผ่าชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนมอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
13 ต.ค. 2566