วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

ลอย สลัมสารภาพหมดเปลือกเปิดพฤติการณ์ “บอย” คนส่งกระเป๋าพกคีมตัดเหล็กให้เสี่ยแป้งตัดโซ่คืนแรก แต่ไม่สำเร็จ เบื้องต้นเจ้าตัว ยอมรับสารภาพ แรงจูงใจวางแผนช่วยเสี่ยแป้งหนีเพราะเสี่ยงแป้งบอกหากงานสำเร็จจะให้รถกระบะ4ประตู 1 คัน เลยร่วมขบวนการช่วยเหลือเสี่ยแป้งจนหนีสำเร็จ

 

ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนภาค8และตำรวจสืบสวนภาค9และตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ระดมกำลังจับกุมนายคเณศ ทองประจง หรือ”บอย สลัม” อายุ 28ปี 1ใน5ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ร่วมขบวนการช่วยเหลือพา นช.เชาวลิตหรือเสี่ยแป้งหลบหนีออกจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชเมื่อดึก22ตค.ที่ผ่านมานั้น โดยจับกุมนายคเณศหรือบอย สลัม ได้ขณะพาแฟนสาวไปดูหนังเรื่องสัปเหรอที่ห้างไดอาน่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเย็น 26ตค.ที่ผ่านมา และเนื่องจากนายคเณศหรือบอยได้โพสแจ้งจุดเช็คอินในเฟสส่วนตัวชื่อ”บอย สลัม”ว่า อ.หาดใหญ่ จนตำรวจรู้จุดและจับกุมตัวได้ในที่สุดจากนั้นคุมตัวมาสอบสวนเบื้องต้นยังให้การภาคเสธว่าขึ้นไปเยี่ยมนช.เชาวลิตหรือเสี่ยแป้งจริงเพราะเคยรู้จักกันในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชตอนที่ถูกจำคุกในคดียาเสพติดทำให้รู้จักกันและสนิทสนมกันกับเสี่ยแป้งตอนอยู่ในคุกแต่ไม่ได้มีส่วนช่วยเหลือนช.เชาวลิตแต่อย่างใดนั้น ก่อนถูกตำรวจคุมตัวนายคเณศหรือบอย สลัม ส่งท้องที่เกิดเหตุสภ.เมืองนครศรีธรรมราชกลางดึก26ตค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเช้าวันนี้(27ตค.)พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช รรท.ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมตำรวจชุดสืบสวนและพ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.กก.สส.ภ.จ.นครศรีธรามราช ได้นำตัวนายคเณศหรือบอย สลัมออกจากห้องขังมาสอบสวนปากคำอย่างเคร่งเครียดอีกครั้ง ใช้เวลาสอบสวนอยู่นานประมาณ1ชม.ในที่สุดนายคเณศหรือบอย สลัมได้เปิดปากยอมรับสารภาพจนหมดเปลือกว่า ได้ร่วมขบวนการวางแผนช่วยเหลือนช.เชาวลิตหรือเสี่ยแป้งหลบหนีออกจากรพ.จนสำเร็จเมื่อดึก22ตค.ที่ผ่านมา โดยหลังสอบสวนปากคำตำรวจได้คุมตัวนายคเณศหรือบอยสลัม ไปชี้จุดที่เกิดเหตุต่างๆในรพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดนัดพบกับนส.วิลาวัลย์หรือไหมและนายจักรีหรือบิ๊กและทีมงานที่รอช่วยเหลือบริเวณรพ.มหาราชนครศรีธรรมราชหลายจุด ก่อนพาตำรวจไปค้นบ้านพักซึ่งเป็นบ้านเช่าหลังหนึ่งริมถนนสายพัฒนาการคูขวาง ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตำรวจได้ตรวจยึดรถจยย.เวสป้าสีขาวที่ใช้ขับขี่ในรพ.มหาราชในคืนเกิดเหตุและค้นหาหลักฐานอื่นๆได้อีกจำนวนนหนึ่งก่อนพากลับสภ.เมืองนครศรีธรรมราชเพื่อสอบสวนปากคำขยายผลไปถึงกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือที่ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่ตอนนี้โดยคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า10คนซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่ามีคนมีสีคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในขบวนการนี้ด้วยตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทยอยออกหมายจับผู้ต้องหาที่ยังเหลืออีกกว่า10คนต่อไป นอกเหนือจากนายเชาวลิตหรือเสี่ยแป้ง ทองด้วง,นายจักรีหรือบิ๊ก แป้นน้อย,และนายจีรวุฒิหรือปอย ชุมศรี ที่ถูกออกหมายจับก่อนหน้านี้แล้วและถูกจับกุมได้3คนคือนส.วิลาวัลย์หรือไหม คนเฝ้าไข้,นส.ยุวเรศหรือหม๋วย ผู้ว่าจ้างนส.ไหมมาเฝ้าไข้เสี่ยแป้ง,และล่าสุดจับกุมนายคเณศหรือบอย สลัมเป็นรายที่3นั้น
ด้านนางสมจิตร ทองประจง อายุ55ปีแม่นายคเณศหรือบอยสลัม ได้เข้ามายืนดูการทำแผนและชี้จุดในบ้านเช่าหลังดังกล่าวด้วย โดยนางสมยิตรแม่นายบอยได้ดุด่าต่อว่าลูกชายตลอดเวลาว่าทำไมชอบไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนักโทษในเรือนจำสอนเท่าไหร่แล้วไม่จำเลย ทำให้นายคเณศหรือบอยถึงกับคอตกยืนฟังแม่ด่าตลอดเวลาแต่ไม่ได้เถียงโต้ตอบ โดยนางสมจิตร ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนยอมรับว่าลูกชายตนทำผิดจริงเพราะรู้นิสัยลูกชายคนนี้ดีห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ก็ขอให้ตำรวจดำเนินคดีไปตามกม.เต็มที่ ตนเหนื่อยใจจริงๆกับลูกคนนี้ แต่ไม่อยากทางสื่อมวลชนแก้ข่าวให้หน่อยอย่าเอานามสกุลของลูกชายไปโยงกับนามสกุลของผู้คุมคนหนึ่งที่เหมือนกันและเข้าเวรในคืนวันเกิดเหตุ ซึ่งยอมรับว่าเป็นญาติกันแต่ไม่สนิทกันเลยซึ่งผู้คุมคนดังกล่าวไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่าเอาไปโยงกันเลยขอให้สื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้คุมคนดังกล่าวด้วย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับพฤติกรรมของนายคเณศ หรือ “บอยสลัม” พบว่า ช่วงบ่ายวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เสี่ยแป้งได้โทรศัพท์หาบอยให้เข้ามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช หลังนางสาววิลาวัลย์ หรือ “ไหม” ส่งโทรศัพท์ให้ก่อนหน้านี้ และเมื่อบอยเข้ามาเยี่ยมในช่วงค่ำวันดังกล่าวแล้ว บอยกำลังจะกลับ แต่เสี่ยแป้งได้บอกบอยว่า “ให้อยู่เป็นเพื่อนก่อน รอเพื่อนอีกคนมา” จากนั้นบอยได้ออกไปรับเพื่อนคนดังกล่าวที่หน้าลิฟท์ชั้น 6 ปรากฎว่าเป็นนายจักรี หรือ “บิ๊ก” และไหมเดินออกมา แต่บอยไม่รู้จักบิ๊ก รู้จักเพียงแต่กับนส.ไหม เพราะเคยเจอกับไหมที่มารับจ้างเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชเมื่อหลายเดือนก่อน หลังออกจากคุกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

หลังจากนั้นไหมก็แนะนำให้บอยรู้จักกับบิ๊ก ก่อนที่บิ๊กจะส่งกระเป๋าให้บอย ช่วงช่วงเวลาราวตี 3 ของคืนวันที่ 20ตค.2566ซึ่งบอยสลัมได้หิ้วกระเป๋าที่พกคีมตัดเหล็กข้างในกระเป๋าไปให้เสี่ยแป้งที่นอนอยู่บนเตียง โดยเสี่ยแป้งเอง ก็พยายามจะใช้คีมตัดโซ่ตั้งแต่ช่วงราวตีสามถึงตีห้า แต่ไม่สำเร็จ ทั้ง 3 คนจึงพากันลงมาด้านล่าง โดยบอยขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งบิ๊กที่รถยนต์ที่จอดไว้ด้านหลังรพ.บริเวณตึกเอกซเรย์รังสี ก่อนพากันแยกย้าย

ต่อมาเช้าวันที่ 21 ตุลาคม 2566 เสี่ยแป้งได้โทรศัพท์ให้บอยหาซิมโทรศัพท์มาให้อีก 1 ซิม ก่อนที่บอยจะขี่รถจักรยานยนต์มาให้ที่ตึกกายภาพของโรงพยาบาลฯด้านหลังรพ. โดยมีนส.ไหมเป็นคนลงมารับซิมดังกล่าวก่อนพาขึ้นไปให้นายเชาวลิตหรือเสี่ยแป้งเพื่อเตรียมวางแผนหลบหนีอีกครั้งเป็นคืนที่ 2 จนสำเร็จเพราะทราบว่ามีการเปลี่ยนมาใช้กุญแจผีไขสะเดาะหุญแจแทนการใช้คีมตัดโซ่ตรวจ

นายคเณสหรือบอยได้ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าได้วางแผนกับเสี่ยแป้งในวันที่ไปเยี่ยมในคืนแรกบนเตียง โดยเสี่ยแป้งบอกว่าหากหนีสำเร็จจะได้รถกระบะใหม่จำนวน 1 คัน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักผู้คุม และผู้คุมไม่เกี่ยวข้อง เพียงแค่บังเอิญนามสกุลเดียวกัน และเคยเจอกันตอนที่ตัวเองติดคุกเท่านั้น

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช