วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

ชาวพุทธแห่บริจาคสนับสนุนบูรณะฯ พุทธสถานเชิงผา หลวงพ่อองค์ใหญ่ หลังฝนถล่มดินใต้ฐานสไลด์พังถล่ม

จากกรณีที่พระมหาอารยนันท์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้แจ้งขอความช่วยเหลือเนื่องฝนตกหนักติกดต่อกันหลายวันทำให้พื้นดินใต้พุทธสถานเชิงผา วัดเขาพระทอง สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ใหญ่ พระพุทธรูปโบราณ อายุกว่า 800 ปี และพระพุทธรูปโบราณอายุรุ่นราวคราวเดียวกันรวม 29 องค์ สูงจากพื้นดินขึ้นไปประมาณ 25-30 เมตร ได้ไสลพังถล่มลงมาเบื้องล่าง ส่งผลให้พื้นปูนและลานกว้างหน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่ที่เป็นพื้นคอนกรีตกระเบื้องพังถล่มลงมาได้รับความเสียหายบางส่วน ราวเหล็กกั้นริมหน้าผาก็พังถล่มลงมาเสียหายยับเยินด้วย หวั่นเกรงว่าหลวงพ่อองค์ใหญ่และพุทธรูปโบราณมรดกล้ำค่าทางพระพุทธศาสนาจะพังถล่มได้รับความเสียหาย เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 18 พ.ย. 2566 ซึ่งต่อมานายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รรมว.แรงงาน ฯทราบเรื่องจึงปรานนายไพจิตร แสงทอง ผอ.สำนักทางหลวงที่ 16 นครศรีธรรมราช สั่งการให้ นายศรากร หนูเอก รอง ผอ. สำนักงานแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 2 (ทุ่งสง) พรอมทีมวิศวกรและทีมช่างลงตรวจสอบชาวบูรณะซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน และทางวัดต้องประกาศปิดการขึ้นไปกราบนมัสการหลวงพ่อองค์ใหญ่ บนพุทธสถานเชิงปผาชั่วคราว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

(21 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการดำเนินการบูรณะ ฯพุทธสถานวัดเขาพระทองเป็นไปอย่างเร่งรีบต่อเนื่อง โดยมีนายศรากร หนูเอก รอง ผอ. สำนักงานแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 2 (ทุ่งสง) คอยควบคุมสั่งการอย่างใกล้ชิด ในขณะที่นายไพจิตร แสงทอง ผอ.สำนักทางหลวงที่ 16 นครศรีธรรมราช ได้โทรศัพท์และวีดีโอคอลมาสอบถามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวแห่เดินทางมาเยี่ยมชมการบูรณะ ฯด้วยความเป็นห่วง บางคนถึงกับร้องให้ และร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อบูรณะพุทธสถานเชิงผา พระมหาอารยนันต์ อานันทโท เจ้าอาวาส ได้นำพลูกศิษย์วัดร่วมอยู่หน้างานคอยอำนวยความสะดวกแก่ทีมช่าง ทางด้านผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารกองทัพภาคที่ 4 สั่งการให้นำกำลังทหารจาก มทบ.43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จำนวน 15 นายมาช่วยในการประกอบกล่องลวดตาข่ายเกเบี้ยน พร้อมช่วยขนหิดใส่ลวดตาข่ายเกเบี้ยนวางสลับฟันปลาสูงขึ้นไปตามแนวหน้าผา โดยนายนรากร หนูเอก และทีมช่างและวิศวกร ยืนยันว่าการบูรณะในรูปแบบวางลวดตาข่ายเกเบี้ยน มีความแข็งแรงทนทานสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาดินใต้ฐานพุทธสถานเชิงผาสไลด์พังถล่มลวมาได้อย่างแน่นอน และมีอายุการใช้งานยาวนานพถาวร แต่ในเบื้องต้นจะดำเนินการเฉพาะส่วนกึ่งกลางความยาวประมาณ 25-30 เมตร สำหรับฝั่งทางซ้ายมือและขวามือฝั่งละ 10-15 เมตรมีสภาพความลาดชันที่สามารถรองรับน้ำหนักได้อยู่ได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการบูรณะ ฯไปพร้อมกันหรือไม่ เพราะแม้ทางกรมทางหลวงจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายกล่องลวดตาข่ายเกเบี้ยน และหินคลุกถนนลาดยางเก่าหรือมิลลิ่ง รวมทั้งค่าแรงงาน แต่ทางวัดจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นหิน ค่ารถบรรทุกหิน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสและลูกศิษย์วัด ได้ขึ้นไปบนพุทธสถานเชิงผา หน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่ เพื่อจัดเก็บธงและวัสดุอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหายจากดินใต้พุทธสถานเชิงเผาสไลด์พังถล่ม พร้อมเก็บกวาดทำความสะอาดลานพุทธสถานเชิงผาในส่วนที่เหลือจนสะอาด โดยเป็นที่น่าสังเหคว่าพระมหาอารยนันต์ เจ้าอาวาสและลูกศิษย์วัดจะยกมือไหว้บนบานหลวงพ่อองค์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความดีใจขอบคุณนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ฯและทีมช่างกรมทางหลวงที่เมตตาเข้ามาช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุน่าจะช่วงคืนวันที่ 17 พ.ย. ต่อเนื่องวันที่ 18 พ.ย. 2566 ช่วงเช้าของวันที่ 18 พ.ย. อาตมาพาญาติโยมที่ป่วยเป็นมะเร็งไปหาหมอพื้นบ้านที่ จ.ชุมพร จนกระทั้งช่วงสายลูกศิษย์ได้ส่งภาพความเสียหายทางไลน์มารายงานให้ทราบ ทันที่ทราบเห็นภาพเหมือนหัวใจจะวายตาย นึกเป็นห่วงหลวงพ่อองค์ใหญ่ และพระพุทธรูปโบราณรวม 29 องค์ซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าของพระพุทธศาสนา โดยเกรงว่าหากไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งจะเกิดดินสไลด์พังถล่มเพิ่มเติมจนถึงจุดที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ใหญ่และพระพุทธรูปโบราณ อาตมาจึงรายงานเหตุการณ์ให้ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงานทราบ และทราบเดินทางกลับมาวัดทันที เมื่อมาถึงพบนายศรากร หนูเอก รอง ผอ.สำนักงานแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 2 (ทุ่งสง) มารออยู่แล้ว และเริ่มบูรณะ ฯโดยการปรับพื้นที่ด้านหน้า ซึ่งโชคดีที่ฝนหยุดตกมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ ทำให้การบูรณะ ฯซ่อมแซมเป็นไปอย่างรวดเร็ว

“ที่อาตมาและลูกศิษย์วัดยกมือไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่เป็นระยะ ๆ นั้นเพราะต่างก็บนบานขอให้มีคนมาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการบริจาคเงินสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่าย ในเบื้องต้นเฉพาะจุดตรงกลางความยาว 25-30 เมตร คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 3 แสนบาท หากดำเนินการบูรณะทั้ง 3 จุดคาดว่าจะใช้มากถึง 5 แสนบาท ในเบื้องต้นจะดำเนินการส่วนจุดตรงกลางที่พังถล่มลงมาให้เสร็จก่อน อย่างไรก็ตามมีผู้ใจบุญโอนเงินสนับสนุน จนเมื่อวานนี้ (20 พ.ย.) สามารถรวบรวมจข่ายจ่ารถ เจซีบี.และรถบรรทุกหินของเอกชนได้แล้ว 24,000 บาท วันนี้ (21 พ.ย.) จะต้องจ่ายอีก 12,000 บาท และโชคดีที่ทางบริษัทวังศิลา เมตตาสนับสนุนหินที่นำมาใช้ในการบูรณะ ฯฟรีคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นบาท ผู้ใจบุญสามารถบริจาคเงินสนับสนุนการบูรณะพุทธสถานเชิงผาได้ที่บัญชีวัดกองทุนเสบียงบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เลขบัญชี 822-0638036 และบัญชีวัดเขาพระทอง ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 822-060673-8 โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง โทร.094-7952998 หรือนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประธานที่ปรึกษาวัดเขาพระทอง โทร.081-6761299

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
21 พ.ย.2566