วันอังคาร, 23 กรกฎาคม 2567

ชาวบ้านปิดล้อมกว่า 4 ชม. ก่อนตำรวจมาจับกุม น้อย ท้องโกงกาง ก่อสารพัดคดีเป็นบุคคลอันตรายแห่งเมืองปากพนัง

 

จากรณีที่นายประสิทธิ์ บิลลาเต๊ะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านท้องโกงกาง ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และชาวบ้านได้ทำปิดล้อมคนร้ายที่ก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สิน ในชุมชนและหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในบ้านหลังหนึ่ง จนเจ้าของบ้านต้องวิ่งหลบหนีออกนอกบ้าน ก่อนโทรแจ้งตำรวจ สภ.ปากพนัง หลายครั้ง และเป็นเวลา กว่า 2 ชม.แต่ตำรวจยังไม่เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ และได้โทรแจ้ง พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช แค่ไม่สามารถติดตอได้ เนื่องจาก พล.ต.ต.สมชาย อาจจะอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ ล่าสุดนายมาโนช ดวงดี ได้ตัดสินใจไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ค “มาโนช ดวงดี” ว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านปิดล้อมคนร้ายเอาไว้และโทรแจ้งตำรวจ สภ.ปากพนังหลายครับ ผ่านมากว่า 2-3 ชม.ระบุว่าตำรวจปากพนังยังไม่ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ อ้างว่าไม่ว่าง ตำรวจมีพฤติกรรมแบบนี้ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร่ หรือรอให้เรื่องลุกลามจนชาวบ้านฆ่ากันตาย หากคนร้ายนคือ “เสี่ยแป้ง”คงยกโขยงกันมา 200-300 แต่นี่ไม่ใช่เสี่ยแป้งตำรวจไม่สนใจ ฝากสื่อมวลชน ผู้บงคับการ ฯแอละฝากไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดใหช่วยแกไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย โดยมีชาวโลกโซเชี่ยลเข้าไปติดตามจำนวนมากอและ แสดงความคิดเห็นอย่างขว้างขวาง

( 4 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านปิดลอมบ้านที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ในบ้านและรอเจ่าหน้าที่ตำรวจอยู่กว่า 3 ชม.จนกระทั้งเวลาใกล้ค่ำ ชาวบ้านจึงตัดสินที่ที่จะบุกเข้าไปจับกุมตัวคนร้ายในบ้านเพื่อนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พบว่าคนร้ายถือค้อนปอนด์ขนาดใหญ่ 2 อันเป็นอาวุธและพร้อมจะต่อสู่ทำร้ายชาวบ้านชาวบ้านจึงไม่กล้าเข้าจับกุม อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.สิชา พูลวงษ์ ผกก.สภ.ปากพนังทราบเรื่องจากโลกโซเชี่ยลที่มีการแชร์และวิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวาง จึงสั่งการใหเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวน 3 คนรีบเดินทางไปจับกุมคนร้าย โดยพบคนร้ายคือนายน้อย ฉายา “น้อย ท้องโกงกาง” อายุประมาณ 38-40 ปี เป็นชาวบ้านในหมู่ 4 บ้านท้องโกงกาง ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งชาวบ้านจัดแป็นบคคลอันตรายของอำเภอปากหพนัง

 

 

โดยเมื่อนายน้อยทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินถือฆ้อนปอนด์ขนาดใหญ่ขนาด 6-10 ปอนด์ จำนวน 2 อันออกมาให้ตำรวจจับกุมแต่โดนดี โดยนายน้อยสวมเสื้อยืดแขนยาวสีเลบือกนก กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ผมยาวและหนวดเครารกรุกรัง และยังสาวมหมวกลายพรางแบบของทหาร ในขณะที่เดินออกมาหน้าบ้านเกิดทำฆ้อนปอนด์พลัดตกในน้ำคร่ำใต้ถุนบ้าน 1 อัน ตำรวจจึงตรวจยึดค้อนปอนด์ที่เหลืออีก 1 อันไว้เป็นหลักฐาน และนายน้อย ให้การรับสารภาพว่าฆ้อนปอนด์อันที่ตำรวจยึดเป็นของกลางนั้นตนเองขโมยมาจากบ้านพักอัยการ ถนนชายทะเล เทศบาลเมืองปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จึงควบคุมตัวไป สภ.ปากพนัง

นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงปากพนัง กล่าวว่า นายน้อย เป็นลูกชายของคนในชุมชน แต่มีพฤติกรรมติดยาเสพติดและก่อคดีลักเล็กขโมยน้อย จนถูกจับกุมเข้า ๆ ออก ๆ คุกมาหลายครั้ง จนทางตำรวจ และเจ้าหน้าที่เรือนจำก็รู้จักกันเป็นอย่างดีในนาม “น้อย ท้องโกงกาง” และตำรวจ เจ้าหน้าที่เรือนจำ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นชาวบ้านรวมทั้งพ่อแม่ และญาติพี่น้องของนายน้อย ต่างพากันเอือมระอาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย โดยทางญาติ ๆไม่อยากดือดร้อนรำคาญด้วยถึงขั้นไล่นายน้อยออกจากบ้าน ทำให้นายน้อยกลายเป็นคนเตร็ดเตร่ไปเรื่อย ๆ ก่อเหตุลักขโมยอย่างต่อเนื่อง กลางคืนจะหลับนอนตามหน้าร้านสะดวกซื้อ หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ แต่ก็มักจะเข้ามาอาละวาดลักขโมยทรัพย์สินในชุมชนท้องโกงกางและใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง มีพฤติกรรมเป็นบุคคลอันตรายที่ชาวบ้านต้องประกาศเตือนบุตรหลานให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ หากบ้านไหนไม่มีคนอยู่บ้านจฉวยโอกาสะเข้าไปลักขโมยทรัพย์สินทุกชนิด แม้แต่สายไฟในบ้านก็จะถูกกระชากตัดเอาไปเผาลวดทองแดงไปขาย บ้านที่ทำด้วยไม้นายน้อย ก็ยังรื้อเอาฝาบ้านไปด้วย ในระยะหลัง ๆเหิมเกริมหนักมักจะอาละวาดไล่ทำร้ายผู้คน และพยายามจะฉุดผู้หญิงในชุมชนท้องโกงกางและข้างเคียงพยายามข่มขืนมีผู้เสียหายหลายคน จนคนในชุมชนต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา ต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส และมีผู้เสียหายไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ปากพนังไว้แล้วหลายราย

 

 

 

สำหรับตนตามปกติประกอบอาชีพทำประมงและรับจ้างก่อสร้าง โดยนำเครื่องมือช่างไปเก็บไว้ที่บ้านของนายฉิ้น ดวงดี อายุ 85 ปี พ่อของตน แต่เมื่อเมื่ออาทิตย์ก่อน น้ำท่วมบ้านนายฉิ้น น้อง ๆ เลยมารับนายฉิ้น คุณพ่อไปอยู่ด้วย จนเมื่อน้ำลดกลับมาบ้านพบว่าบ้านถูกงัดเข้าไป รื้อค้นโจรกรรมทรัพย์จนเกลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่เครื่องมือช่าง ค้อนปอนด์ ฝาบ้าน อุแกรณ์ไปฟ้า หลอดไฟสายไฟในบ้าน คนร้ายก็ไม่เคยละเว้นตัดดึงจนเกลี้ยง ตนพร้อมผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ช่วยกันตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิด และจุดที่นายน้อย นำสายไฟที่ขโมยไปจากบ้านเรือนชาวบ้านไปเผาเอาลวดทองแดงไปขาย และไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ไว้เป็นหลักฐาน นายน้อย จึงถือค้อนปอนด์ 2 อันมาดักทำร้ายภรรยาและญาติผมที่กลับจากโรงพัก ผมพร้อมด้วยนายประสิทธิ์ บิลลาเต๊ะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านระดมกำลังชาวบ้าน 6-7 คนมาช่วย นายน้อย เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้านของชาวบ้าน จนเจ้าของบ้านต้องนำคนในครอบครัววิ่งหนีออกจากบ้าน นายน้อย จึงยึดบ้านของเพื่อนบ้านเป็นที่หลบซ่อนตัว ในขณะที่ตน พร้อมนายประสิทธิ์ บิลลาเต๊ะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านจำนวนหนึ่งปิดล้อมเอาไว้ตั้งแต่เวลา 13.00 น.ของวันที่ 3 ธ.ค. ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพนังหลายครั้ง แต่กว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาจับกุมในเวลา 17.30 น. ใช้เวลากว่า 4 ชม. ทั้ง ๆ ที่มีระยะทางห่างจากโรงพักไม่เกิน 10 กม. น่าจะใช้เวลาเดินทางไม่ควรเกิน 20 นาที
ในวันนี้ (4 ธ.ค.) ตนในฐานะผู้เสียหายจะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน นอกจากนี้ชาวบ้านรายอื่น ๆ ที่เป็นผู้เสียหายจากการก่อเหตุของนายน้อย ทั้งลักทรัพย์ พยายามทำร้ายร่างกาย พยายามข่มขืน ทั้งที่แจ้งความไว้แล้วและยังไม่แจ้วความจะไปแจ้งความและให้ปากคำในฐานะผู้เสียหายทุกคน ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในทุกข้อหาและต่างกรรมต่างวาระ เมื่อส่งฟ้องศาลจะทำให้ได้รับโทษให้มากที่สุด ชาวบ้านชุมชนท้องโกงกาง จะได้ไม่ต้องอยู่กันอย่างหวาผวากลัวเหมือนที่ผ่าน ๆ มา และอยากเรียกร้องใหเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หมู่ 4 ชุมชนท้องโกงกาง ให้มากกว่านี้ ตนพร้อมผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านพรื้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่

 

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นคร ศรีธรรมราช
4 ธ.ค.2566