วันอังคาร, 23 กรกฎาคม 2567

หลานปืนดุยิงหัวน้าชายเสียชีวิต หนีข้ามจังหวัด ก่อนเขามอบตัวอางปืนลั่น

 

เมื่อเวลา 03.00น.วันที่ 4 ม.ค. ม2566 พ.ต.ท.วัชรินทร์ คงเพ็ชร สว.(สอบสวน)สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจาก รพ.ท่าศาลา ว่ามีคนถูกยิงเข้าศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งมา รพ.ท่าศาลา จึงเดินทางพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ จันทร์สำเร็จ ผกก.,พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์ จำปาทอง รอง ผกก.(สอบสวน),พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.สมชาย มวยดี รอง ผกก.สส.,พ.ต.ต.อภิรักษ์ จันทวิเศษ สว.สส.,พ.ต.ต.อนุสรร์ โชคคณาศิริสกุล สวป.,พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนไปทำการสอบสวนผู้บาดเจ็บพบว่ามีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้นขนาด.38เข้าบริเวณศีรษะอาการสาหัสให้การไม่ได้ ซึ่งตำรวจสอบสวนปากคำญาติๆทราบผู้บาดเจ็บชื่อนายเตชินหรือฟิตดะรี่ สังขศรี อายุ 28ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/3 ม.6 บ้านสระบัว ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอาการสาหัสทางแพทย์รพ.ท่าศาลา ได้รีบนำส่งต่อ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช แต่นายเตชินหรือฟิตดะรี่ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชเมื่อเวลา10.30น.ของวันที่4มกราคม2567 ซึ่งแจ้งแพทย์เวรและจนท.ที่เกี่ยวข้องไปทำการชันสูตรพลิกศพนายเตชิน ก่อนมอบศพให้กับญาตินำศพนายเตชินไปฝังตามประเพณีของศาสนาอิสลามต่อไป

จากการสอบสวนปากคำนางสุพร เส็นสมมาตร อายุ 59 ปีแม่ของนายเตชิน ผู้ตายให้การว่านายเตชินหรือฟิตดะรี่ ลูกชายตนทำงานเป็นพนักงานขายPCขายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทหนึ่งประจำภายในห้างเทสโก้โลตัส สาขาอำเภอท่าศาลา ก่อนเกิดเหตุหลังจากลูกชายตนกลับมาจากทำงานที่ห้างโลตัส ได้เข้าบ้านและเข้าไปนอนในห้องนอนภายในบ้านพัก ส่วนตนเข้านอนในห้องนอนอีกห้องหนึ่งใกล้ๆกัน จนกระทั่งดึกเวลาประมาณหลังเที่ยงคืน ตนได้ยินเสียงลูกชายร้องเรียกแม่แล้วเงียบหายไป ตนจึงสงสัยรีบลุกขึ้นเข้าไปดูในห้องนอนลูกชายพบนอนจมกองเลือดมีเลือดไหลนองเต็มหมอน จึงเรียกญาติๆออกมาดูแล้วรีบพาส่ง รพ.ท่าศาลา ก่อนแจ้งตำรวจมาสอบสวนและตรวจที่เกิดเหตุดังกล่าว จนล่าสุดลูกชายตนได้เสียชีวิตที่แล้วรพ.มหาราชนครศรีธรรมราชเมื่อสายวันนี้(4มค.) โดยสาหตุไม่ทราบเหมือนกันว่ามาจากเรื่องอะรหรือใครเป็นคนยิงเพราะตนตนและลูกชายต่างเข้านอนคนละห้องเลยไม่รู้ใครเป็นยิง
หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.ท่าศาลา ได้ระดมลงพื้นที่ทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบตัวคนร้ายรายนี้คือนายภราดรหรืออาลีฟ พันทวีหก อายุ 20ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/11 บ้านสระบัว ม.6 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนายภราดรหรืออาลีฟคนยิงมีศักดิ์เป็นหลานของนายเตชินฯผู้ตาย โดยนายเตชิน ผู้ตายมีศักดิ์ เป็นน้าชายกับผู้ตาย ซึ่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายภราดร มือยิงได้หลบหนีข้ามจังหวัดไปอยู่ในพื้นที่ จ.ชุมพรแล้ว ซึ่งต่อมาทางนายสมศักดิ์ พันทวีหก อายุ 55ปี พ่อของคนยิงได้โทรศัพท์ติดต่อให้นายภราดรฯลูกชายเดินทางมาเข้ามอบตัวกับตำรวจสภ.ท่าศาลา ในเย็นวันนี้แล้ว

 

จากนั้น ตำรวจสภ.ท่าศาลา ได้นำกำลังไปที่บ้านพักของนายภราดรหรืออาลีฟ ผู้ต้องหาที่บ้านเลขที่4/11 ม.6 ต.ท่าศาลา เจอนายสมศักดิ์ ฯผู้เป็นพ่อนำไปชี้จุดซ่อนอาวุธปืนขนิดปากกาใส่กระสุนขนาด.38ที่ยิงไปแล้วจำนวน 1นัดมีปลอกกระสุนค้างอยู่ในรังเพลิงจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป
จากการสอบสวนปากคำนายสมศักดิ์ ผู้เป็นพ่อผู้ตายให้การว่านายภราดรลูกชายของตนและนายเตชิน ผู้เสียชีวิต มีศักดิ์เป็นน้ากับหลานกันโดยลูกชายตนมีศักดิ์เป็นหลาน ทั้งคู่สนิทกันโดยได้คบหากินเที่ยวนอนด้วยกันมาโดยตลอดจนเป็นที่ทราบกันดีของญาติๆ แต่สาเหตุจริง ๆที่ลูกชายตนก่อเหตุยิงน้าชายมาจากเรื่องอะไรตนไม่ทราบเลยว่าทั้งคู่มีเรื่องผิดใจอะไรกันบ้าง ต้องรอสอบถามลูกชายอีกครั้ง นายสมศักดิ์กล่าวในที่สุด
ต่อมาเวลา 14.30 น.วันที่ 4 ม.ค.2566 ที่สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายเอกชัย สุนทร นายอำเภอท่าศาลา ได้เดินทางไปสอบสวนปากคำนายภราดรหรืออาลีฟ ผู้ต้องหาด้วยตนเอง ซึ่งนายภราดร รับสารภาพสาเหตุเกิดจากความไม่ตั้งใจปืนลั่นเอง โดยก่อนเกิดเหตตนได้ถืออาวุธปืนปากกาไปนั่งเล่นในห้องนอนของผู้ตายซึ่งเป็นน้าชาย ปรากฏว่าขณะถืออาวุธปืนปากกาเล่นอยู่ในห้องนั้นเกิดปืนลั่นไปเจาะหัวน้าชายแบบไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ตนตกใจขี่รถ จยย.หลบหนีไปที่บ้านพักนำปืนปากกาไปซ่อนใต้ต้นไม้ข้างบ้านของตนแล้วหนีข้ามจังหวัดที่ จ.ชุมพร จนทราบข่าวว่าน้าชายเสียชีวิตจึงเดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าวโดยตนขอโทษญาติและครอบครัวของน้าชายเพราะปืนลั่นไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นายภราดรหรืออาลิฟ กล่าวในที่สุด ก่อนตำรวจคุมตัวดำเนินคดีต่อไป

ไพฑูรย์ อินทศิลา /คนข่าวตัวดำ
4 ม.ค. 2567