วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

เมืองคอนสนธิกำลังบุกทลายแหล่งรับจำนำรถเถื่อนเรียกเก็บดอกเบี้ยโหดยึดรถยนต์ 31 คันดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก

 

(16 ม.ค.) ผู้สื่อข่างรายงานว่าจากกรณี ตำรวจและฝ่ายปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช สนองนโยบายรัฐบาลแก้หนี้นอกระบบ ร่วมกันจับผู้ต้องหารับจำนำรถโดยผิดกฎหมายเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าในพื้นที่สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเย็นวานนี้ และนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมแถลงข่าวผลงานตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราชภายใต้การนำของ พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราชและตำรวจสภ.นาบอน ได้ร่วมจับกุมนายสุนทร พรหมเพศ อายุ 66ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 6 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ จำนวน 31 คัน ,เอกสารการกู้ยืมเงินจำนวน 31 ฉบับ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน 1. ประกอบกิจการสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. จัดดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
สำหรับพฤติการณ์ในการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวได้ดำเนินการสืบสวนทราบถึงการปล่อยเงินกู้และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยผู้กู้เงินจะต้องนำหลักทรัพย์ซึ่งเป็นรถยนต์มาเป็นหลักค้ำประกันไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.นครศรีธรรมราช ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาบอน ได้ทำการสืบสวนทราบว่าในพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราชมีนายสุนทรฯ มีพฤติการณ์รับจำนำรถยนต์รายใหญ่และปล่อยเงินกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในพื้นที่อำเภอนาบอนและพื้นที่ใกล้เคียง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อนายสุนทรฯ.รับจำนำมาได้ก็จะนำรถไปไว้ที่บ้านและบริเวณใกล้เคียงกัน นายสุนทรฯ ได้ก่อสร้างโกดังเป็นรั้วสังกะสีปิดทึบเพื่อใช้เก็บรักษารถยนต์ที่ตนเองรับจำนำมาจำนวนหลายคัน

 

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดทุ่งสง ผลการตรวจค้นพบรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 31 คัน ที่ประชาชนนำมาจำนำไว้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ติดสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทสินเชื่ออีกทั้งยังพบเอกสารการกู้ยืมเงิน โดยมีรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้(ชุดโอนลอย) จำนวน 31 ชุด สอบถามนายสุนทรฯ ให้การรับสารภาพว่าตนเองประกอบธุรกิจการรับจำนำรถมาได้หลายปีแล้ว แต่ไม่ได้ขออนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งรถยนต์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้เป็นรถที่ตนเองรับจำนำไว้จริง โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน หรือร้อยละ 36 ต่อปี จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ และนำตัวนายสุนทรฯ พร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาบอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายขจรเกียรติ และ พล.ต.ต.สมชาย ร่วมกันแถลงอีกว่า การดำเนินการกวาดจับกุมในครั้งเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้ระบบอยู่ในขณะนี้เพื่อความอยู่ดีกินของประชาชน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่นำรถยนต์ที่ตนกำลังผ่อนหรือเช่าซื้ออยู่ไปจำนำ อาจเข้าข่ายมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ เนื่องจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถคือ สถาบันการเงินเจ้าของสินเชื่อหรือไฟแนนซ์ ทำให้ท่านเป็นผู้ครอบครองเพื่อใช้สอยประโยชน์จากรถเท่านั้นแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง ซึ่งท่านจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงก็ต่อเมื่อชำระเงินครบตามสัญญาเช่าซื้อเท่านั้น

“ ทั้งนี้ปัญหาของการรับจำนำรถที่ยังติดไฟแนนซ์ก็คือ หากท่านไปเจอผู้รับจำนำที่ไม่มีความซื่อสัตย์หรือมิจฉาชีพที่ตั้งใจมาหลอกลวงเพื่อเอารถของท่านไปขายต่อตั้งแต่แรก อาจขายในรูปแบบรถหลุดจำนำ แยกชิ้นส่วนขาย หรือส่งรถทั้งคันออกนอกประเทศ ท้ายที่สุดสถาบันการเงินเจ้าของกรรมสิทธิ์ จะมาไล่เบี้ยค่าเสียหายกับท่านโดยตรง ทำให้ท่านยังคงต้องผ่อนรถต่อไป ทั้งที่รถไม่อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรเอารถที่ติดไฟแนนซ์อยู่ไปจำนำ หรือขาย นอกระบบ เพราะนอกจากท่านจะเสียรถไปแล้วยังอาจตกเป็นผู้ต้องหาด้วย”

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
16 ม.ค. 2567