วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

จับยกทีม!! ตำรวจเมืองคอนบุกจับ รองนายก อบต. และ ผญบ. พร้อมมือปืนครบทีม 3 คน บุกสังหารหมกกระท่อม 2 ศพสวนปาล์ม

 

จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืน 9 มม.และลูกซองยาวยิงนายเอกวัฒน์หรือน้อง วงละคร อายุ 31ปี และนายสาคร อักษรพาลี อายุ 47ปี เสียชีวิตคาที่ 2 ศพหมกในกระท่อมในป่าละเมาใกล้สวนปาล์มน้ำมัน บ้านบางกระบือ หมู่ 6 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบศพเมื่อเย็นวันที่ 21 ม.ค. 2567ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุกำลังตำรวจแล้วทาง พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชพร้อมด้วย พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 สนธิกำลังชุดสืบสวนจังหวัดและสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราชลงพื้นที่ทำการสืบสวนเพื่อเร่งล่าตัวคนร้ายรายนี้ โดยเบื้องต้นทาง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ระบุผู้ตายทั้งสองสองศพมีความประพฤติไม่เรียบร้อยชอบลักเล็กขโมยน้อยอาจจะทำให้เจ้าของทรัพย์โกรธแค้นตามายิงล้างแค้นก็ได้ตามข่าวนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ม.ค..2567 ทางตำรวจชุดคลี่คลายคดีนำโดย พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอขออนุมัติหมายจับกุมคนร้ายจำนวน 3 คน จากนั้นจึงนำกลังติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 คน คือนายบุญนำ ญาติรัตน์ อายุ 66 ปี เป็นรองนายก อบต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 6 ต.ท่าไร่ และนายทวีศักดิ์ จินพล อายุ 47 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช
โดยตำรวจได้มีการควบคุมตัวนายบุญนำและนายทวีศักดิ์ ผู้ต้องหามาทำการสอบสวนปากคำเบื้องต้นทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่านายเอกวัฒน์หรือน้องและนายสาคร จำนวน 2 ศพจริง โดยสาเหตุมาจากความโกรธที่ผู้ตายทั้งสองชอบลักขโมยผลปาล์มน้ำมันและสิ่งของต่าง ๆ ในนากุ้งของนายบุญนำ มาหลายครั้งแล้ว และนายบุญนำ พยายามว่ากล่างตักเตือนหลายครั้งแต่ผู้ตายทั้งงสองยังแอบลักขโมยต่อเนื่องอีกหลายครั้ง ทำให้แค้นอย่างหนัก จึงได้ร่วมวางแผนกับนายทวีศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ท่าไร่ ว่าจ้างให้นายวีระพงศ์หรือปาล์ม นวลมี อายุ 30 ปีเศษ ร่วมกันใช้อาวุธปืน 9 มม.และลูกซองยาวบุกไปยิงนายเอกวัฒน์ และนายสาคร เสียชีวิตทั้งสองศพคากระท่อมดังกล่าว ในส่วนของนายวีระพงศ์หรือปาล์ม ผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ยังหลบหนีอีกเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังออกติดตามไล่ล่าจับกุมอย่างกระชันชิด

 

ต่อมาในวันเดียวกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายบุญนำและนายทวีศักดิ์ ผู้ต้องหาไปยังกระท่อมนากุ้งของนายบุญ นำซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เพื่อหาปลอกกระสุนปืนลุกซองยาวและหลักฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมแต่ไม่พบจึงควบคุมตัวไปค้นหาปลอกกระสุนและหลักฐานบริเวณกระท่อมที่เกิดเหตุอีกครั้งแต่ก็ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายบุญนำและนายทวีศักดิ์ 2 ผู้ต้องหาถึงสาเหตุที่แท้จริงแต่ทั้งสองปิดปากเงียบไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับผู้สื่อข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจชุด กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช บุกไปจับกุมนายวีระพงศ์หรือปาล์ม นวลมี อายุ 30ปี ผู้ต้องหาอีกคนตามหมายจับ โดยทราบว่าผู้ต้องหารายนี้มานอนกบดานกับแฟนสาวที่บ้านทาวเฮาส์ 2 ชั้นไม่ทราบเลขที่ ซอยโกส่า ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับและทำการจับกุมตัวนายวีระพงศ์หรือปาล์ม ทำให้นายวีระพงศ์หรือปาล์ม ผู้ต้องหาถึงกับตกใจหน้าซีดจนเป็นลม ทางตำรวจได้ปลอบใจและช่วยกันปฐมพยาบาลให้ยาดมนายวีระพงศ์ หรือปาล์มมือปืน จนอาการดีขึ้น ซึ่งนายวีระพงศ์ หรือปาล์ม ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท จากนายบุญนำ รองนายก อบต.ท่าไร่ และนายทวีศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ท่าไร่ ให้ไปยิงนายเอกวัฒน์ และ นายสาคร จนเสียชีวิตคากระท่อม 2 ศพจริง และหลังจากก่อเหตุ ตนได้หลบหนีมากบดานบ้านแฟนสาวในซอยดังกล่าว และยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง 50,000 บาท จนกระทั้งมาถูกตำรวจบุกจับได้เสียก่อนดังกล่าว
นายวีระพงศ์ หรือปาล์ม กล่าวว่า โดยคืนเกิดเหตุวันที่ 20 ม.ค.2567 ตนได้เดินทางไปพร้อมกับนายบุญนำ รองนายก อบต.ท่าไร่ ซึ่งเป็นคนนำอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกคือลูกซองยาวและอาวุธปืน 9 มม.มาให้ตน ก่อนตนจะบุกยิง 2 ศพดังกล่าว หลังจากนั้นตำรวจกำลังคุมตัวไปชี้จุดที่เกิดเหตุก่อนนำกลับสอบสวนปากคำขยายผลอีกครั้งและควบคุมตัวดำเนินคดีตามากฎหมาย
ต่อมาในเย็นวันเดียวกันนี้ ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากพบศพเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนระดมกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจก็สืบรู้แล้วว่าคนร้ายในคดีนี้เป็นใครบ้าง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช และสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ยกแก๊ง 3 คนดังกล่าว และจากการสอบสวนสามผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุมาจากผู้ตายชอบลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่หลายครั้งหลายหนมานานแล้ว เคยว่ากล่าวตักเตือนและห้ามปรามก็ไม่ฟัง สร้างความเดือดร้อนและเอือมระอาให้กับชาวบ้านมานานแล้ว จึงตัดสินใจจ้างวานมือปืนโดยให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนช่วยจัดหามือปืนคือนายวีระพงศ์ หรือปาล์ม บุกมายิงจนเสียชีวิตทั้ง 2 ศพดังกล่าว

 

 

“ในวันเกิดเหตุนายบุญนำ รองนายก อบต.ท่าไร่ และนายวีระพงศ์หรือปาล์ม มือปืนได้เดินทางไปยังกระท่อมที่เกิดเหตุ ส่วนนายวีระพงศ์หรือปาล์ม นวลมี จะยิงคนเดียวหรือ นายบุญนำ รองนายก อบต.ท่าไร่ ผู้จ้างว่านจะร่วมยิงด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ชัดอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล แต่ในส่วนของนายทวีศักดิ์ จินพล ผู้ใหญ่ ผู้จัดหามือปืนไม่ได้ไปในคืนเกิดเหตุด้วย แต่เป็นคนจัดหามือปืน และร่วมวางแผนในการก่อเหตุด้วย สำหรับอาวุธปืนที่ใช้กอ่เหตุจำนวน 2กระบอกคืออาวุธปืนลูกซองยาว ไม่มีเลขทะเบียน และอาวุธปืนพกสั้นชนิด 9 มม.มีทะเบียน พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่งทางตำรวจได้ตรวจยึดอาวุธปืนทั้งสองกระบอกมาได้ครบหมดแล้ว”
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมเป็นผู้ใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ,ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ดำเนินคดีกับนายบุญนำ รองนายก อบต.ท่าไร่ และนายทวีศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ท่าไร่ ส่วนนายวีระพงส์หรือปาล์ม มือปืน ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระพงศ์ หรือปาล์ม มือปืนมีความสนิทกับ รองนายก อบต.ท่าไร่ และนาย และนายทวีศักดิ์ จินพล ผู้ใหญ่ หมู่ 2 ต.ท่าไร่ ซึ่งมีการเตรียมการวางแผนสังหารก่อนวันก่อเหตุไม่กี่วัน โดยตำรวจเชื่อว่านายบุญนำ รองนายก อบต.ท่าไร่ ผู้ใช้จ้างวานที่เป็นคนนำนายนายวีระพงศ์ หรือปาล์ม มือปืน ไปที่กระท่อมเกิดเหตุน่าจะร่วมลงมือยิงด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าใช้อาวุธปืน 9 มม. หรือลูกซอง แม้ในตอนนี้นายวีระพงศ์ หรือปาล์มมือปืน จะยืนกรานว่าตนก่อเหตุคนเดียวโดยใช้อาวุธปืน 9 มม.และลูกซองยิง นายเอกวัฒน์หรือน้อง วงละคร และนายสาคร อักษรพาลี เสียชีวิตคาที่ 2 ศพ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ โดยอยู่ระหว่างเค้นสอบสวนขยายผลต่อไป

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
26 ม.ค. 2567