วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

สุดเดือด..!! 4 เครือข่ายลุ่มน้ำปากพนังบุกศาลากลางยื่นหนังสือเรียกร้องรื้อระบบการบริหารจัดการโครงการพัฒนาลุ่มปากพนังถึง “ธรรมนัส”ผ่านผู้ว่า ฯ

(27 ม.ค.) จากกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัว พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางลงพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 28 ม.ค. 2567 เพื่อมอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินใหhกับประชาชนจำนวน 300 ราย และทาง 4 กลุ่มเครือข่ายผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารจัดการเปิดปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้มอบหมายให้ตัวแทนกลุ่ม 4 คนประกอบด้วย นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวัชระ เกตุชู ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูนิเวศสายน้ำเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำปากพนังตอนบน จังหวัดนครศรีธรรมราชนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายทวีป ทองธวัช ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูนิเวศสายน้ำเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำปากพนังตอนกลาง มีการนัดหมายที่จะเข้ายื่นหนังสือถึง ร.อ.ธรรมนัส ในวันดังกล่าว เพื่อให้พิจารณาสั่งการดำเนินการแก้ปัญหาทั้งระบบรวมทั้งหาแนวทางและจัดสรรงบประมาณในการฟื้นฟูระบบนิเวศลุ่มนำปากพนังทั้งระบบ

อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ตัวแทน 4 เครือข่ายที่ได้รับความเดือดร้อน ประกอบด้วยนายไพโรจน์ รัตนรัตน์ สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวัชระ เกตุชู ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูนิเวศสายน้ำเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำปากพนังตอนบน จังหวัดนครศรีธรรมราช นาย มาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และนายทวีป ทองธวัช ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูนิเวศสายน้ำเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำปากพนังตอนกลาง ได้นำเอกสารชัดเดียวกันเดินทางไปยื่นผ่านนายขจรเกียรติ รักพิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นหลักฐานอีกทางหนึ่ง โดยนายขจรเกียรติ ได้มอบหมายให้นางสาวลัดดาวัลย์ สุวรรณรัตน์ นิติกรชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช นายพิทักษ์พงษ์ ติ๊บแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครศรีธรรมราชนายอุดมเกียรติ เกิดสม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันรับมอบหนังสือร้องเรียนชุดดังกล่าว

 

 

โดยข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการในการเปิดปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาสประสิทธิ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง ที่ส่งผลให้เกิดมลพิษ ระบบนิเวศในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพการเกษตร การประมง ปศุสัตว์ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเดือดร้อยอย่างแสนสาหัสต่อเนื่องมากว่า 20 ปี โดยที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาใด ๆ และยังเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมหนักในเขตเทศบาลเมืองปากพนัง รวมทั้งกรณีที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านเรียกร้องการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากการเปิดประตูระบายน้ำอทุกวิภาสประสิทธิ น้ำเน่าเสียทำให้สัตว์น้ำในอ่าวปากพนังและการเลี้ยงปลาในกระชังลอยตายได้รับความเสียหายย่อยยับ ชาวประมงไม่สามารถประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านได้ ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือและมีมติให้กรมชลประทานพิจารณาจ่ายเงินชดเชยความเสียแก่ชาวประมงพื้นบ้าน ตามมติที่ประชุมวันที่ 8 ก.ย.2565

นายมาโนช ดวงดี กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มมีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมากจากพระราชดำริ วิถีของสายน้ำได้เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนมาโดยตลอด ปัญหาเกิดจากกรมชลประทานบริการจัดการเปิดปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาสประสิทธิผิดพลาด ไม่เป็นไปตามสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปกปิด หมกเม็ดทุกปัญหาเอาไว้ โดยไม่มีการรายงานปัญหาที่แท้จริงให้หน่วยเหนือได้รับมทราบ แต่ได้รายงานเฉพาะในด้านดีเท่านั้น ในขณะที่ด้านไม่ดีปกปิด ไม่รายงานทำให้ทุกปัญหาทีวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา หรือแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ตนเป็นคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนชาวบ้านโดยเฉพาะชาวประมงชายฝั่งหรือประมงพื้นบ้าน ได้เรียกร้องขอความเป็นธรรมมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ผ่านทางหน่วยงานในระดับอำเภอ จังหวัด กระทรวง บวงกรมที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่เรื่องเงียบหายเหมือนประชาชนที่เดือดร้อน ยากไร้ แร้นแค้น ต่อสู้เลือดตาแทบกระเด็น สิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีค่าความหมายใด บรรดาข้าราชการผู้มีอำนาจ นิ่งเฉย ไม่ทำอะไรเลย พวกท่านทำกับประชาชนอย่างพวกเราได้อย่างไร หรือพวกท่านคิดว่าประชาขนชาวลุ่มน้ำปากพนังไม่ใช่มนุษย์ ผมไม่อยากจะเดินทางมาอีกแล้วที่ศาลากลาง เพราะรู้ดีว่ามาก็ไม่ได้ผลอะไร 20 ปีที่ผ่านมายื่นหนังสือเรียกร้อง ขอความช่วยเหลือต่อเนื่อง แต่ไม่เคยได้รับความเห็นใจจากข้าราชการในศูนย์ดำรงธรรม ในจังหวัดนครศรีธรรมราชแม้แต่น้อย
“วันนี้พวกเรามีความหวังกับท่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งคิดว่าท่านคงให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ จัดการแกปัญหารื้อทั่งระบบในการบริหารจัดการโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังใหม่เสียที ตามที่ท่านได้อภิรายตอบกะทู้สดในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อตนเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา พวกเราชาวลุ่มน้ำปากพนังรอคอย รอความหวังจากท่านธรรมนัส ส่วนในระดับอำเภอ จังหวัดตนไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว วันนี้หากรู้ว่าท่านผู้ว่าราชจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ลงมารับหนังสือด้วยตนเอง ผมจะไม่มีวันเกดินทางมาอย่างเด็ดขาด แต่คุณไพโรจน์ รัตนรัตน์ สมาชิกสภาเกษตรกรท่านยืนยันว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะลงมารับหนังด้วยตัวเองจึงยอมเดินทางมาศาลากลางจังหวัด ตนเดินหนังสือเรียกรองขอความเป็นธรรม ขอความช่วยเหลือต่อเนื่องมา 20 ปีผ่านผู้ว่ามานับ 10 คนและไม่ทราบว่าหัวหน้าส่วนทุกท่านที่มาร่วมรับหนังสือในวันนี้ตอนนั้นอยู่ไหน เข้ารับราชการแล้วหรือยังแต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง เสียเงิน เสียเวลา ไม่คุ้มค่า ตนเข้าใจและไม่โทษหัวหน้าส่วนหรือข้าราชการ แต่โทษโครงสร้างระบบราชการไทยเป็นอย่างนี้ตนตายไปสัก 10 ชาติเกิดใหม่มาอีกกี่ครั้งก็ไม่มีวันที่จะได้พบความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น หนักสิทธิ์เห้อ..!!” นายมาโนช กล่าวอย่างเหลืออดในที่สุด

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
27 ม.ค. 2567