วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

บิ๊กทหาร หน.ปราบยาเสพติด ทภ. 4 ชี้แจงคนร้ายสวมเสื้อแจ็คเก็ตหน่วยทหารและนามสกุลคล้ายกัน

 

กรณีที่ผู้ต้องหาผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกตำรวจ สภ(.สิชล จ.นครศรีธรรมราช จับกถมดำเนินคดีในข้อหาลกทรัพย์ 2 คดีแต่หลังได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ผู้ต้องคนดังกล่าวกลับขับรถ จยย.บุกจอดหน้าร้านขายเสื้อผ้าของผู้เสียทั้ง 2 คดีซึ่งเป็นผู้หญิงอาศัยอยู่คนเดียวบริเวณทางเข้าวัดเจดีย์ (ไอไข่) หมู่ 9 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธารรมราช และบุกเข้าไปในห้อง จนผู้เสียหายอย่างประสงค์ร้าย จนผู้เสียหายตกใจกลัว หวีดร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่น และตัดสินใจวิ่งหนีออกจากร้านในขณะที่ผู้ต้องหาวิ่งไล่ตามไปติด ๆ เมื่อเข้าไปหลบในร้านขายตุ๊กตาไก่ ผู้เสียๆได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คเพื่อขอความช่วยเหลือ “ ข้อความ “ใครก้อได้ช่วยที่ค่ะโจรมาหาถึงบ้านแล้วช่วยที่ค่ะจนชาวบ้านและตำรวจมาช่วยเหลือ ผู้ต้องรายดังกล่าวตังขับรถ จยย.หลบหนีไป แต่สักพักได้ขับรถ จยย.วนเวียนมาอีกจึงถูกตำรวจควบคุมตัวมาตรวจค้น ตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และอ้าวว่าจะมาขอเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสีบหาย ในขผระที่ตำรวจบอกกับผู้หญิงผู้เสียหายว่า “เขามาดี ไม่ได้มาร้าย ก่อนปล่อยตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าวไป ทางผู้เสีPหายตงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สิชล และประกาศจะขอปิดร้าน 1 อาทิตย์ เพื่อเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาลและหนุ่มกรรชัย รายการโหนกระแสต่อไป

 

 

(31 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่าหลังจากมีการนำเสนอข่าวทางออนไลน์และข้อความที่ผู้เสียหายโพสต์ขอความช่วยเหลือ ได้รับความสนใจจากชาวโลกโซเชี่ยลและเข้ามาแชร์ แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง จนทางตำรวจได้ขอให้ผู้เสียหายลบโพสต์ดังกล่าว แต่ผู้เสียหายไม่ยอมลบ ต่อมาหลังจากผู้เสียหายขับรถ จยย.กลับมาถึงร้านปรากฏว่าตำรวจสายตรวจได้มาแจ้งให้ผู้เสียหายกลับไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่โรงพักอีกครั้ง ระยะทางไปกลับกว่า 20 กม. ผู้เสียหายจึงขอไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะกลัวความไม่ปลอดภัยระหว่างทาง แต่ตำรวจไม่ยอมให้ไปโดยบอกว่าตอนกลับไม่มีเวลามาส่งผู้เสียหาย ในที่สุดผู้เสียหายจำใจเสี่ยงขับรถ จยย.ไปโรงพักให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนต่อไป
ทางด้านพันเอกนุกูล ดำสุวรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 4 / กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยงว่า จากภาพคนร้ายที่บุกร้านขายเสื้อผ้า โดยชายคนดังกล่าวสวมแว่นตาดำ สวมหมวกแก๊ป นุ่งกางเกงลายพรางแบบของทหาร สวมเสื้อยืดแขนสั้น มีเสื้อแจ็คเก็ตมีดวงตราหน่วยทหารในกองทัพภาคที่ 4 ที่หน้าอกเสื้อ เมื่อตรวจสอบจากภาพถ่ายพบว่านามสกุล “ดำสุวรรณ หรือคำสุวรรณ” จนกลายคนโทรมาสอบถามตนด้วยยความเป็นห่วง ตนจึงตรวจสอบอย่างละเอียดไม่แน่ใจ พบว่าชื่อ “นัฐพงษ์ แต่นามสกุล ไม่แน่ใจว่า “ ดำสุวรรณ” เหมือนนามสกุลตน หรือ “คำสุวรรณ” และเมื่อส่งภาพและชื่อไปตรวจสอบในกลุ่มไลน์เครือญาติ ๆ ตนไม่มีใครรู้จัก และไม่มีคนชื่อดังกล่าวนามสกุลเดียวกับตน สำหรับเสื้อแจ็คเก็ตดังกล่าวจะมีรูปแบบเหมือนกันทุกหน่วยทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ต่างกันที่ดวงตราประจำหน่วยและชื่อบุคคล จึงเรียนชี้แจงให้ทราบทั่วกัน พันเอกนุกูล ดำสุวรรณ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ผ่านมา พันเอกนุกูล ดำสุวรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 4 / กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้นำกำลังทหารชุดปราบปรามยาเสพติดออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดกวดขัน ทั้งในร่วมจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางร่วมกับตำรวจ และฝ่ายปกครองแล้ว หลายครั้งที่ลงปฏิบัติการเฉพาะหน่วยทหารสามารถจับกุมและยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนอย่างมากกรณีที่แก๊งยาเสพติดบวชเป็นพระเข้าไปขอจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.ลานสกา ก่อนจะข่มขู่คุกคามจนเจ้ทาสักสงฆ์ต้องหลบหนีตายออกจากสำนักสงฆ์ไปจำวัดที่วัดแห่งหนึ่ง และพยายามร้องเรียนและเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ฝ่ายปกครองตลอดระยะเวลา 3 ปีแต่ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จนกระทังร้องศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ร่วมกับพันเอกนุกูล ดำสุวรรณ นำกำลังทหารเขาตรวจค้นกุฏิภายในสำนักสงฆ์ พลอาวุธปืน 2 กระบอก และตรวจปัสสาวะพระที่อ้างว่าเป็นสำนักสงฆ์พบปัสสาวะสีม่วงเพราะมีสารแอมเฟตามีนในกระแสเลือกด จึงควบคุมตัวไปให้คณะสงฆ์สึกจากพระ เป็นผลสำเร็จ ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้านใน อ.ลานสกา ก่อนชาวบานจะร่วมกันพัฒนาฟื้นฟูสำนักสงฆ์กันใหม่ และนิมนต์เจ้าสำนักสงฆ์รูปเดิมที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา กลับมาจำพรรษา พร้อมกำหนดประกอบพิธีทำบุญอายุวัฒนะ ในวันที่ 2 ก.พ.2567 ที่จะถึงนี้

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
31 ม.ค. 2567