วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

นัดตบประวัติศาสตร์!! 2 สาวเมืองคอนตบกันเลือดสาดชุลมุนต่อหน้าตำรวจและนักข่าวแตกกระเจิง-อีกรายผู้เสียหายสุดทนตำรวจเฉื่อยไลฟ์สดกลางโรงพัก

 

เมื่อเวลา10.00 น.วันที่ 3 ก.พ.2567 ภายหลังในโลกโซเซียลได้ให้ความสนใจกรณีการท้าตบของ2สาวใหญ่ของอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราชระหว่าง “เจนนี่”หรือ นส.ณัฐกฤตตา ใจห้าว นักธุรกิจส่วนตัวในอำเภอสิชล วัย45ปี กับ “กาลลี่ สิชล” หรือ นส.อาทิตยา หงส์เกิด อายุ 33ปี ซึ่งทำธุรกิจออนไลน์ส่วนตัวในพื้นที่ อ.สิชล ได้เกิดควาไม่พอใจทะเลาะกันและโพสต์ด่าทอกันไปมาอยู่นานหลายเดือน จนในที่สุดทั้งคู่ได้มีการโพสต์กันสั่นโซเซียลนัดตบกันที่ถนนด้านหลังเทศบาลตำบลสิชล และอยู่ด้านหลังโรงพัก สภ.สิชล ในเวลา10.00น.วันที่ 3 ก.พ.2567 ท่ามกลางความสนใจของชาวโซเซี่ยลในอำเภอสิชลและใกล้เคียงจำนวนมากต่างแห่มารอชมและลุ้นเชียร์ทั้งสองฝ่ายนับร้อยคน
ปรากฏว่าก่อนถึงเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.บุญเชิญ ลิ้มประจวบพงษ์ ผกก.สภ.สิชล ได้สั่งกำลังตำรวจสายตรวจแต่งเครื่องแบบเต็มจำนวนนับสิบนายพร้อมรถยนต์ขังผู้ต้องหา1คันและรถยนต์สายตรวจอีกหลายคันมาจอดเตรียมพร้อมเพื่อห้ามปรามและป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทที่นัดตบกันของ2สาวใหญ่ในครั้งนี้ โดยมีชาวอำเภอสิชล จำนวนมากนับร้อยคนแห่มามุงรอดูศึกนัดตบกันของสองสาวใหญ่ครั้งนี้ด้วยความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา
ขณะที่กำลังตำรวจสภ.สิชล ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงของรถยนต์สายตรวจเตือนทุกฝ่ายห้ามกระทำความผิดกฎหมาย หากใครฝ่าฝืนกระทำความผิดก็จะจับกุมดำเนินคดีตามกม.อย่างเฉียบขาดทั้งสองฝ่าย ขอให้ทั้งสองฝ่ายยุติการทะเลาะวิวาททันทีมิเช่นนั้นตำรวจก็จะจับกุมและดำเนินคดีทันที
ปรากฏว่าขณะนั้น”เจนนี่”หรือ น.ส.ณัฐกฤตา ใจห้าว ดื้แต่งกายนุ่งกางเกงนักมวย ได้ออกมายืนริมถนนพร้อม น.ส.อิงอิง น้องสาวพร้อมประกาศไม่สวมกางเกงใน และประกาศท้าทาย ฝ่ายของ น.ส.อาทิตยาหรือ”กาลลี่ สิชล”ให้ออกมาตบกับกันตามนัดได้เลย ตนและและน้องสาวของตนที่ชื่ออิงอิง ตนมีเงินเดิมพัน 1 หมื่นบาทหากตบกับน้องสาวตนชนะก็เอาเงินสดไป 1 หมื่นบาท ตนเตรียมไว้พร้อมแล้ว ที่แรกจะนัดตบกับตน และทราบว่า”กาลลี่”ไม่สู้แต่จะขอตบกับ “อิงอิง”น้องสาวของตน ซึ่งน้องสาวของตนก็พร้อมสู้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานปรากฏว่าขณะที่ “เจนนี่”และ อิงอิง” น้องสาวกำลังพูดท้าทายและให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่นั้น ทันใดนั้นได้มี น.ส.”กาลลี่ สิชล”ไม่รู้โผล่มาจากไหน พุ่งมาจากทางด้านหลังของ”เจนนี่” ตรงเข้ากระชากผมและตบ”เจนนี่”ที่ไม่ทันระวังตัว ก่อนที่ทั้งคู่จะเปิดศึกตบกันพัลวันต่อหน้าตำรวจและนักข่าวที่ไม่ทันได้ระวังตัว ถึงกับวงแตกกรพะเจิง ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาตบกันประมาณ 2-3 นาที ก่อนที่ตำรวจตั้งสติได้ ได้กรูเข้าห้ามและแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน

 

จากนั้นได้ควบคุมตัว ”เจนนี่”และ”กาลลี่ สิชล”คู่กรณีแยกขึ้นรถยนต์ตำรวจคนละคัน คุมตัวไปยังโรงพัก สิชล ก่อนแยกคุมตัวสอบสวนคนละห้อง โดยพบว่า “เจนนี่”มีบาดแผลถูกข่วนที่บริเวณใบหน้าและขอบตาเลือดไหลอาบเต็มหน้า ส่วน น.ส.อาทิตยา หรือกาลลี่ มีบาดแผลถูกข่วนบริเวณใบหน้าเล็กน้อยเช่นกัน ก่อนที่ตำรวจจะแยกทั้งคู่อยู่คนละห้องและดำเนินคดีในข้อหาก่อการทะเลาะวาทและทำร้ายร่างกายทั้งคู่ ปรับตามกฎหมายต่อไป
โดยพบว่าที่บริเวณหน้าโรงพัก สภ.สิชล มีกองเชียร์ของทั้งสองฝ่ายมายืนเชียวร์และกำลังใจทั้งสองฝ่ายฝ่ายละหลายสิบคน โดยมีกำลังตำรวจมาเฝ้ารักษาความสงบหน้าโรงพักตลอดเวลา แต่ไม่มีเหตุรุนแรงซ้ำซ้อนต่างใด หลังสอบสวนทั้งสองและแจ้งข้อกล่าวเสร็จสิ้นจึงได้อนุญาติให้ทั้งสองฝ่ายเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและพักรักษาตัวที่ รพ.สิชล
ในขณะเดียวกันได้มี น.ส.สานิต ผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์ 2 คดี และข้อหาบุกรุก ข่มขู่คุกคาม ที่ผู้ต้องหาเป็นสองคนผัวเมีย โดยฝ่ายผัวถูกดำเนินคดีแรกลักทรัพย์รถ จยย. 1 คัน ตำรวจจับกุมตัวพร้อมของกลางและส่งศาลฝากขัง ก่อนศาลให้ประกันตัวส่วนคดีที่ 2 ผู้เสียหายแจ้งความระบุผู้ต้องหาทั้งผัวและเมีย ตำรวจอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เมื่อวันที่ 2 ฝ่ายผัวบุกเข้าไปในห้องนอนของนางสานิต ในขณะที่นางสานิต นอนหลับอยู่ในร้านขายเสื้อผ้า คาดว่าน่าจะแอบถ่ายรูปที่ส่อในทางอนาจารและประสงค์ร้าย นางสานิต ตื่นขึ้นมาเห็นผู้ชายยืนถ่ายรูปตัวเองนอนค่อนข้างโป้อยู่ในห้องนอน ถึงกับตกใจสุดขีด หวัดร้องสุดเสียงก่อนวิ่งหนีออกจากร้าน ตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดัง “คนร้ายบุกเข้ามาถึงในห้องนอนในร้าน ช่วยด้วย ช่วยด้วย” โดยฝ่ายผู้ชายไล่ติดตาม จนนางสานิต สามารถหลบหนีไปซ่อนตัวในร้านขายตุ๊กตาไก่ และโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือ จนเวลาผ่านไปเกือบ 10 นาที ตำรวจและชาวบ้านเดินทางมายังที่เกิดเหตุ ผู้ชายคนดังกล่าวจึงขับรถหลบหนีไป แต่หลังจากนั้น 25 นาทีผู้ชายคนเดิมก็ขับรถ จยย.หวนกลับมาอีกครั้ง จึงถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ แต่ตำรวจกลับอ้างว่าสอบถามผู้ชายคนดังกล่าวแล้วเขาบอกว่าเขามาดี มาขอเบอร์โทรศัพท์ ก่อนตำรวจจะปล่อยตัวชายคนดังกล่าวไป

 

 

น.ส.สานิต เห็นท่าไม่ดีจึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และขอการคุ้มครอง เพราะเป็นผู้หญิงอาศัยอยู่คนเดียว หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะปิดร้านร้องเรียนนายอำเภอ ผู้ว่า สตช. และสื่อมวลชน ทาง พ.ต.อ.บุญเชิญ ลิ้มประจวบพงษ์ ผกก.สภ.สิชล รับปากว่าไม่ต้องไปร้องเรียนที่ไหนจะจัดการให้เอง แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนรอตำรวจด้วยความกระวนกระจายใจและมีความหวังกลับไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจตรารักษาความปลอดภัยตามที่ ผกก.รับปาก นางสานิต รอจนเที่ยงคืนจึงตัดสินใจขับรถ จยย.ไปขอนอนที่บ้านญาติ จึงในเวลา 10.00 น.วันนี้ (3 ก.พ.) นางสานิต จึงเดินทางมาโรงพักในช่วงที่ตำรวจควบคุมตัวคู่ตบนัดประวัติศาสตร์มาสอบสวนที่โรงพักพอดี และสุดที่จะทนต่อไปไหวจึงตัดสินใจไลฟ์สดทางเพจ “คิดถึง มั้ยเคยลืม”จนมีผู้เข้าไปติดตามและแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
3 ก.พ. 2567