วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.พรรคเพื่อไทยหนุนออกพระราชบัญญัติประมงฉบับใหม่ หลังจากเกิดผลกระทบจากการออกพระราชกำหนดเกี่ยวกับประมงปี 58 ทำให้ผู้ประกอบการประมงขาดทุนย่อยยับ

 

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับ พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.ประมง 2558 คืนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมง เนื่องจากเกิดผลกระทบต่อชาวประมง ที่ประกอบการประมงในน่านน้ำไทยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

นายจิตติพจน์อภิปรายว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนดการประมง ปี 2558นั้น ตนเองขออนุญาตสนับสนุนการแก้ไข เนื่องจากเหตุผลดังนี้ พระราชกำหนดประมงปี 2558 นั้น เกิดจากประเทศไทยได้รับใบเหลือง จากที่อยู่ในประเด็นข้อหาเรื่องการทำการประมงโดยขัดหลักการทำประมง IUU Fishing หรือย่อมาจาก Illegal, Unreported and. Unregulated Fishing (IUU Fishing) หรือการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ทำให้การประมงของเราถูกขึ้นใบเหลืองโดยอียู และเป็นที่มาของรัฐบาลในขณะนั้นจะต้องตราพระราชกำหนดออกมา เพื่อจะแก้ไขเรื่องดังกล่าว

ในที่สุดประเทศไทยได้รับการปลดล็อคใบเหลืองในปี 2562 แต่ปรากฏว่าผลของการตราพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นการตรากฎหมายขึ้นโดยเร่งรัด และไม่รอบคอบเท่าที่ควร ทำให้พระราชกำหนดปี 2558 ที่มีการบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ไม่เหมาะสมกับการประมง กล่าวคือทำให้ยอดส่งออกลดลง ในขณะเดียวกันยอดนำเข้าก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวประมงแย่ลง มีรายได้ลดลง โรงงานต่าง ๆปิดตัวไปจำนวนมาก เรือประมงจำนวนมากไม่สามารถที่จะออกไปจับปลาได้ จึงเป็นที่มาที่ทำให้เพื่อนสมาชิกในหลายพรรค ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนดปี 2558

โดยภาพรวมเชื่อว่าเป็นความตั้งใจที่ดี ที่จะมีการแก้ไขพระราชกำหนดออกมา โดยไม่มีความรอบคอบดังกล่าว จึงขออนุญาตยกตัวอย่างสั้นๆ ถึงผู้ที่มีการออกกฎหมายมาในช่วงก่อนหน้านี้ และยังมีลักษณะคล้ายกับการออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใช้บังคับในปี 2562 และออกกฎหมายมาโดยไม่รอบคอบเท่าที่ควร แต่เดิมมีเจตนาที่จะออกมา เพื่อที่จะทำให้มีการเก็บภาษีจากทรัพย์สินทรัพย์ โดยตั้งเป้าว่าจะเก็บสินทรัพย์จากผู้ที่มีสินทรัพย์มีมูลค่ามากๆ และโดยไม่เป็นภาระกับประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่ผลของการบังคับใช้พระบัญญัติภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ปรากฏชัดว่ามีปัญหาอย่างมากมาย

การเก็บภาษีบำรุงท้องที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ หรือ กรุงเทพฯ ก็ดีต่างลดลงทั้งสิ้น แล้วผู้ที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล ก็มีวิธีการหลีกเลี่ยงภาษี ทำให้แต่เดิมเคยคิดว่าจะเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างจากยอดบนของพีระมิด ก็กลายเป็นว่ายอดบนของพีระมิดจ่ายภาษีน้อยลง แต่ฐานของพีระมิดต้องจ่ายภาษีมากขึ้น และมีปัญหาเช่นเดียวกับการออกพระราชกำหนดประมงที่ผ่านมา

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข และขออนุญาตตั้งข้อสังเกต 2-3 ประการเกี่ยวกับร่างข้อบัญญัติที่จะมีการแก้ไข ประเด็นที่หนึ่งคือ ประเด็นที่มีการให้อำนาจของคณะกรรมการประมงจังหวัดมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นส่วนดีที่มีการกระจายอำนาจ แต่สิ่งที่กังวลคือว่าการกำหนดข้อกำหนดต่างๆ โดยคณะกรรมการประจำจังหวัดนั้น ถ้าหากว่าคณะกรรมการจังหวัดไม่ได้มีข้อมูลที่เพียงพอ ไม่มีเรือที่จะไปสำรวจ เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึงและถูกต้องแล้ว มีการกำหนดมาตรการต่างๆ ไปโดยที่ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ หรือยังไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมายกติกา ที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับการประมง การกำหนดมาตรการต่างๆ เหล่านั้น อาจจะเป็นผลเสีย

นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการต่างๆ โดยคณะกรรมการจังหวัด เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาจจะกำหนดไว้อย่างหนึ่ง จังหวัดระนอง จังหวัดเพชรบุรีที่ติดกันก็กำหนดไว้อย่างหนึ่ง อาจจะเกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย จึงขออนุญาตฝากคณะกรรมการวิสามัญหรือหน่วยงานใดๆ ก็ตาม ที่จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขดังกล่าว ให้นำเรื่องดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อที่จะได้ช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น

นอกจากนี้เกี่ยวกับการใส่ละเอียดที่มากเกินไป ในร่างแก้ไขอาจจะทำให้ขาดความคล่องตัว ในการบังคับใช้กฎหมาย อาทิ มาตรา 32 ที่มีการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องของการทำประมงพื้นบ้าน โดยในวรรคท้าย ในบางร่าง ก็มีการระบุว่า ห้ามมิให้คนต่างด้าวเป็นคนงานที่ทำงานในเรือประมงพื้นบ้าน แม้ว่าเรื่องดังกล่าตนจะเห็นด้วย แต่เนื่องจากว่าการทำประมงพื้นบ้าน เป็นเรื่องที่ควรสงวนสําหรับคนไทย แต่อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดของปัญหาแรงงานในปัจจุบันคือ เรือประมงพื้นบ้านส่วนใหญ่ จะมีคนงานประมาณ 2-3 คน ปกติแล้วก็ใช้คนไทยได้ หากอนาคตแรงงานประมงประสบปัญหา ไม่สามารถหาได้เพียงพอแล้ว แล้วกฎหมายระบุไว้อย่างละเอียด ก็ต้องมาแก้กฎหมายอีก มันก็จะเสียเวลา จึงขอฝากผู้ที่จะมีอำนาจ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.ประมง 2558 ไว้พิจารณาด้วย

ภาพ/ข่าว น.ส.นภชนก เหมือนนามอญ บก.ชลนิวส์ทีวีออนไลน์ สัมภาษณ์ บริบูรณ์ บก.”ข่าวทั่วไทย”รายงาน 087-614-2444.