วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

นักการเมืองดังข่มขู่คุกคามสื่ออาวุโสเมืองคอน แค้นเสนอข่าวช่วยคุณยายวัย 81 ปี โดนลูกชายคลั่งยานรกไล่ทำร้าย

 

(13 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีตำรวจและฝ่ายปกครองบุกเขาจับกุมหนุ่มใหญ่ทาสยาเสพติดคลุ้มคลั่งควงมีดพร้า และขวานไล่ทำร้ายคุณยายซึ่งเป็นแม่บังเกิดเกล้าวัย 81 ปี และพี่สาววัย 55 ปี ใช้เวลากว่า 1 ชม.จึงสามารถจับกุมเอาไว้ได้ พร้อมด้วยขวาน 1 เล่ม ส่วนคุณยายโดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่ง รพ.มหาราช ทั้งแม่และลูก โดยเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวอาวุโสจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ และยังเป็นอุปนายก (คนที่ 1) ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากคุณยายและบุตรสาว จึงนำเสนอข่าวและโพสต์ขอความช่วยเหลือทางเฟซบุ๊ค จน พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป. นำกำลังตำรวจและฝ่ายปกครองบุกเข้าช่วยเหลือคุณยายและบุตรสาวพร้อมจับกุมชายคนที่คลั่งยาเสพติดทราบชื่อนายมานพ ปิ่นณรงค์ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของคุณยาย เหตุเกิดในบ้านเลขที่ 131/6 หมู่ที่ 4 ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เวลาประมาณ 14.30 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยประชาชนได้ส่งคลิปเหตุการณ์มาให้ทางช่องทางต่าง ๆ ทั้งของนายไพฑูรย์ และภรรยาพร้อมบุตรสาว พร้อมขอความเตือนให้ระมัดระวังตัวเนื่องจากในคลิปดังกล่าวซึ่งมีความยาว 2.22 นาที ในนาทีที่ 1.43 น.เป็นเสียงพูดด้วยความไม่พอใจของนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งที่มาร่วมในเหตุการณ์จับกุมลูกคลั่งยาไล่ทำร้ายแม่และพี่สาว ข้อความว่า “จับได้แล้ส่งข่าวไปให้ไอ้ฑูรย์กัน ไอ้เหย็ดแม่ม เดี่ยวกูอีจัดการทีไอ้ฑูรย์นี่” ซึ่งคำพูดดังกล่าวเป็นการข่มขู่คุกคามสื่อมวลชนอย่างชัดเจน และคำว่า “กูอีจัดการที ไอ้ฑูรย์นี่” อาจจะตามดักทำร้ายหรืออุ้มฆ่าก็เป็นได้ เนื่องจากนักการเมืองคนดังกล่าวไม่พอใจในเรื่องดังกล่าวและที่ผ่านมานายไพฑูรย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาเพื่อปกป้องช่วยเหลือสุจริตชน สร้างความไม่พอใจให้กับข้าราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องที่อาจจะได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนตามที่นายไพฑูรย์ นำเสนอข่าวก็เป็นได้
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ผมไม่ได้กลัวหรือต้องหยุดติการทำหน้าที่สื่อมวลชน เพราะที่ผ่านมา 34 ปี คนรู้จักผมในนามแฝง “คนข่าวตัวดำ” ผมได้ทุ่มเทในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาบนพื้นฐานของประชาชนและสังคมส่วนรวมมาโดยตลอด ยึดมั่นในอุดมการณ์สีบานเย็นมาโดยตลอด เรื่องการข่มขู่คุกคามดังกล่าว ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะหวาดหลัวและไม่กล้าทำหน้าที่ต่อไป แต่ประชาชนได้เห็นคลิปเป็นห่วงว่าผมจะถูกตามปองร้าย อุ้มฆ่า จึงส่งคลิปมาให้ผมในตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาผ่านความเป็นวามตายสุ่มเสี่ยงชีวิตมามากหวานี้มากมาย แต่ด้วยความเป็นห่วงผมประชาชนจำนวนหนึ่งจึงได้ส่งคลิปไปให้ทางภรรยาและบุตรสาวผม โดยขอให้ภรรยาและบุตรสาวช่วยเตือนผมให้ระมัดระวังตัว ระวังอันตรายจากคำข่มขู่ที่นักการเมืองคนดังกล่าวที่กล้าประกาศกลางชุมนุมชนให้รู้ว่าเขาไม่พอใจ โกรธแค้นและจะจัดการกับผม ที่นำเสนอข่าว ผมจึงต้องออกมาปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามสิทธิ์ในกฎหมาย ขนาดตัวผมเป็นสื่อมวลชนมายาวนานยังโดนขนาดนี่แล้วต่อไปประชาจะอยู่กันอย่างไร นอกจากนี้ในคลิป เดียวกันนาทีที่ 1.10เขายังพูดว่า “น่าจะยิงหัวคนที่คลุ้มคลั่งให้ได้ไปเสียเลยทีเดียว” เป็คำพูดที่บ่งบอกถึงจิตใจที่โหดเหี้ยมมาก ๆ

โดยผมจะร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมทุกระดับผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช พร้อมเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช 12 ก.พ.2567