วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

อย่าขัดขวางคนทำความดี!! ท้าพิสูจน์ความจน 5 ชีวิต พ่อแม่ลูกสุดแร้นแค้นในกระท่อมเอียงโกโรโกโสจะพังมิพังแหล่

 

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค “ป้าหนู ป้าหนู” โพสต์ภาพและข้อความพร้อมแชทขอความช่วยเหลือไปยัง เพจ “ครูนก เมืองคอน” โดยเป็นสภาพของกระท่อมหลังเล็ก ๆ หลังคามุงจาก ชำรุดทรุดโทรม เอียงกระเท่เร่จะพังมิพังแหล่ ในสวนยางพารา หมู่ 5 ต.ลองเส อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอความช่วยเหลือเครืองอุปโภคบริโรคและปรับปรุงซ่อมแซม จนทางครูนก ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังนายไพฑูรย์ อินทศิลา หรือ “คนข่าวตัวดำ” ผู้สื่อข่าวอาวโส อุปนายกและประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. ชมรมข่าวและสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช รับช่วยเหลือระดมทุนสร้างบ้านให้กับครอบครัวดังกล่าว โดยจะเริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังเทศกาลมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุเมืองนคร ฯวันที่ 24 ก.พ.2567
(22 ก.พ.) ครูนก เมืองคอนได้โทรศัพท์มาแจ้งนายไพฑูรย์ว่า หลังจากเป็นข่าวมีผู้ใจบุญในเครือข่ายจำรวนมากแจ้งความประสงค์เพื่อร่วมกันช่วยเหลือสร้างบ้านให้กับครอบครัวดังกล่าว โดยบางคนได้ซื้อรถจักรยานสองล้อ และเครื่องอุปโภคบริจาคเตรียมไปมอบช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่ามีผู้นำและนักการเมืองในระดับท้องถิ่นได้เข้ามาขัดขวางไม่ให้ช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว โดยอ้างว่าครอบครัวนี้มีเงิน พ่อและแม่ประกอบอาชีพรับซื้อต้นยางพาราที่ล้มตามสวนของชาวบ้านเพื่อแปรรูปจำหน่ายหารายได้ และกำลังจะสร้างบ้านใหม่ จึงไม่ควรจะช่วยเหลือครอบครัวนี้ และที่มีการโพสต์ภาพกระท่อมเก่าๆ เอียงกระเท่เร่จะพังมิพังแหล่ ส่งผลกระทบต่อผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ครูนก เมืองคอน กล่าวว่า เมื่อมาเจอเคสนี้ ทำให้ตนเบื่อหน่ายกับการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นอย่างมาก ขนาดการช่วยเหลือผู้ยากไร้ยังมีคนต่อต้าน ไม่เห็นด้วย และกลายเป็นความขัดแย้ง ไม่พอใจของผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ในขณะที่นายไพฑูรย์ กล่าวเตือนสติครูนก ว่าอย่าเอาอุปสรรค ปัญหาที่ขัดขวางการทำความดี หรือทำบุญ หากคนในสังคมคิดแบบครูนกกันหมด สังคมจะอยู่กันอย่างไร ผู้ยากจน ยากไร้ที่รอการช่วยเหลือและหน่วยงานภาครัฐไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั่วถึงยังมีอยู่จำนวนมาก หากทุกคนเกรงกลัวต่อปัญหาอุปสรรคในการทำบุญ ทำความดีมีความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่น ๆ ต่อไปสังคมจะมีแต่สิ่งเลวร้าย ชั่วร้าย เพราะการทำความดีมีคนขัดขวางและเปิดโอกาสให้คนทำความชั่วกันอย่างเดียว คนที่ทำความดี ทำบุญจึงไม่ควรย่อท้อต่อปัญหา อุปสรรค จะต้องร่วมฝ่าฟันให้ผ่านพ้นไปให้ได้ และอยากจะฝากถึงนักการเมือง หรือผู้นำท้องที่ท้องถิ่น หากตนไม่คิดจะช่วยไม่คิดที่จะทำความดี ก็ไม่ควรไปต่อต้านขัดขวางคนอื่นที่เขาตั้งใจทำความดี หากไม่สนใจจะสร้างบุญกุศลก็ไม่ควรสร้างบาปเพิ่มเติม ทำให้ครูนกเข้าใจและมุ่งมั่นจะร่วมกันช่วยเหลือผู้ยากไร้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวจึงได้ตรวจสอบกับเครือข่ายจิตอาสาและสายตรวจโซเชี่ยลในพื้นที่ได้รับการยืนยันว่าครอบครัวดังกล่าวอาศัยอยู่ในกระท่อม 5 คนพ่อแม่ และลูก 3 คน คนโตผู้หญิง 10 ปี คนรองผู้หญิง อายุ 8 ปี ส่วนคนเล็กผู้ชาย 1 ขวบ มีความเป็นอยู่ขัดสน แร้นแค้นยากลำบากจริง ๆ เขาพยายามจะทำงานรับซื้อและแปรรูปไม้ยางจำหน่ายเพื่อเก็บเงินสร้างบ้านใหม่ แต่ยังเก็บได้มากไม่มาก ในขณะที่หลังคากระท่อมรั่วจนแทบจะกันแดดกันฝนไม่ได้ จึงมีเป้าหมายจะซื้อจากไปปรับปรุงเฉพาะในส่วนของหลังคากระท่อมเพื่อให้พออาศัยอยู่ได้ไปพลาง ๆ ก่อน สำหรับการรับซื้อไม้ยางล้มไปแปรรูปครั้งละ 1-2 ต้น เพราะเขาไม่มีเงินที่จะซื้อเหมายกสวน จึงออกตระเวนตรวจสอบว่าต้นยางในสวนของใครโดนลมพายุจนหักโค่นล้มบ้างก็จะไปติดต่อขอซื้อนำมาแปรรูปก่อนจำหน่ายหารายได้ ทำให้มีรายได้เดือนละ 3-4 พันบาทไม่เพียงพอกับการเลี้ยงดูคนในครอบครัวถึง 5 ชีวิต หากมีหน่วยงานหรือองค์กรใดยื่นมือเข้ามนช่วยเหลือสร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัวนี้ถือว่าได้ช่วยต่อลมหายใจให้ 5 ชีวิตได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ต่อมานายไพฑูรย์ และครูนก ได้โทรประชุมสายหารือกับนางบุษบา บำรุงพันธ์ อายุ 59 ปี เจ้าของเพจ “ป้าหนู ป้าหนู” ผู้ที่เป็นคนขอความช่วยเหลือในเคสนี้ โดยป้าหนู ประกาศด้วยความไม่พอใจว่าอยากจะทราบตัวตนของคนที่ออกมาขัดขวางการช่วยเหลือครอบคัวผู้ยากไร้รายนี้ว่าเป็นใคร ตนเป็นหมอดู เขาเรียกว่า “หมอหนู” คนรู้จักกันทั้งอำเภอ จังหวัด และปัจจุบัน เป็นตัวแทนเกษตรลูกจ้างชั่วคราวของสำนักงาน สปก.นครศรีธรรมราช ตนจะส่งบัตรประชาชนให้ครูนก และนายไพฑูรย์ เพื่อไปตรวจสอบประวัติของตนได้ว่าเป็นคนอย่างไร ในขณะที่ตนป่วยเป็นมะเร็งปาก ลำคอ และกล่องเสียงระยะสุดท้ายอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงตั้งใจในการทำความดี ช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก อย่างน้อยก็เป็นการสร้างบุญกุศลในช่วงที่ยังมีชีวิต มีลมหายใจอยู่ ตนยืนยันว่าครอบครัวนี้ 5 ชีวิตพ่อแม่และลูก 3 คนมีฐานะยากจน อยากไร้ แร้นแค้นน่าสงสารมาก ๆ และกำลังรอการช่วยเหลือจริง ๆ ตนได้บริจาคเงินให้เขา 3,000 บาทเพื่อให้เขาซื้อเสาสร้างบ้านใหม่ แต่เขายังไม่มีเงินซื้ออิฐ หิน ดินทราย และวัสดุก่อสร้าง จึงคิดว่าจะซื้อจากมาปรับปรุงซ่อมแซมมุงหลังคาใหม่ให้พอได้อยู่อาศัยไปก่อน และขอให้ครูนกและคุณไพฑูรย์ ลงพื้นที่มาพิสูจน์ความจริงกันได้เลย หากเป็นไปได้ให้ช่วยพานักข่าว สื่อมวลชนมาเยอะ ๆ จะได้รู้กันเสียทีว่าความจริงเป็นอย่างไร และตนจะนำเรื่องนี้เข้าพบนายอำเภอและหน่วยงานในพื้นที่ทุกระดับแล้ว แต่เรื่องเงียบหาย. ป้าหนู กล่าวอย่างเดือดดาลในที่สุด

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช
20 ก.พ.2567