วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

คุณทวดอายุเกือบ 100 ปี ถ่อสังขารร้องสื่อถูกลูกสาวอดีตทนายความโกงหลอกให้ถอนเงินกว่า 1.2 ล้านโอนที่ดิน 60 ไร่ก่อนไล่คุณทวดออกจากบ้าน

 

 

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 29 ก.พ.2567 ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้มีนางประดับ หมวดชนะ หรือ “ทวดชั้น”อายุตามบัตรประชาชน 96 ปี (อายุจริง 99 ปี) อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 17 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ได้ถ่อสังขารถือไม้เท้า มีลูกสาว 2 คนพยุงมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ว่า ตนได้ถูกลูกสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.พจน์ (นามสมุติ) อายุ 57 ปี ซึ่งอดีตเคยเป็นทนายความและถูกถอนใบอนุญาตแล้ว โดยเมื่อประมาณเดือน ก.ค.2565 ที่ผ่านมา ลูกสาวคนดังกล่าว ซึ่งหายหน้าหายตาไปนานหลายปีไม่เคยกลับมาเยี่ยมตน แต่ช่วงเวลาดังกล่าวได้เข้ามาทำดีตีสนิทกับตน และหลอกให้ตนไปที่สำนักงานที่ดินอำเภอช้างกลางและที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอำเภอฉวาง อ้างหลอกตนว่าจะพาไปทำโฉนดใหม่ให้ แต่ปรากฏว่ากลับหลอกให้ตนเซ็นซื่อปิดบัญชีถอนเงินกว่า 1.2 ล้านบาทจนหมดบัญชีแล้ว แล้วโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีของตัวเอง จนหมดแล้ว ยังหลอกให้ตนเซ็นเอกสารอ้างว่าจะเอาไปทำโฉนดใหม่ สุดท้ายมาทราบภายหลังว่าถูกหลอกให้เซ็นชื่อโอนโฉนดไปเป็นชื่อของ น.ส.พจน์ เนื้อที่ 3 แปลงหรือกว่า 60 ไร่มูลค่าประมาณ 20-30 ล้าน
ซึ่งหลังจาก น.ส.พจน์ ได้ทั้งเงินและที่ดินไปจนตนหมดเนื้อหมดตัว แล้วก็หายตัวไปไม่กลับมาอีกเลย ทราบว่าไปอยู่จังหวัดแถวภาคเหนือ หรือภาคอีสาน แลพะได้ขับไล่ตนออกจากบ้าน และให้ลูกมาอยู่บ้านที่ตนเป็นคนก็บหอมรอบริมสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ตนไม่มีที่อยู่อาศัย อายุก็มากเกือบ 00 ปีแล้ว จึงระเห็จระเห็จระเหินไปอาศัยบ้านของลูกที่เหลืออีก 2 คน เพื่อขออาศัยหลับนอน และกินอยู่ประทังชีวิตไปวัน ๆ แต่ละคืนนอนคิดกรู้สึกเจ็บปวดใจ ร้องฝให้ทุกคืน เพราะไม่คาดคิดมาก่อนมาจะมีลูกอกตัญญู หรือเนรคุณแบบนี้ ตนเบ่งเกิดมาด้วยตัวเอง เลี้ยงดู ส่งเสียให้เล่าเรียนด้วยความยากลำบาก จนขบปริญญาตรีนิติศาสตร์ เป็นทนายความแต่กลับมาหลอกลวงโกงเอาเงินสด 1.2 ล้านและที่ดิน 3 แปลง 60 ไร่ของตนไป แล้วใจดำอำมหิตขับไล่ตนเหมือนหมูเหมือนหมาออกจากบ้าน ตนมาขออาศัยอยู่กับลูก ๆ ที่เหลือ 2 คนซึ่งทั้งสองได้เรียนหนังสือไม่สูงเพราะเสียสละให้น้องเรียนจนจบปริญญา และในที่สุดชีวิตบันปลายของตนต้ององมาพึ่งพาอาศัยลูก 2 คนที่ตนไม่ค่อยได้ส่งเสีย ส่วนลูกสุดรักสุดโปรดกลับมาทำกับแม่บังเกิดเกล้าได้ลงคอ
คุณทวดชั้น กล่าวเสียงละห้อยอีกว่า ทางญาติ ๆ และลูก ๆได้ช่วยกันออกเงินเป็นค่าทนายความไปฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องทวงเงินกว่า 1.2 ล้านบาทและที่ดินกว่า 60 ไร่คืนจากลูกสาวเนรคุณคนดังกล่าว เพราะถูกหลอกให้เซ็นต์ไม่มีเจตนายกให้ใครเลย แต่หลังสู้คดีม า2 ศาล ตนก็แพ้มาตลอดเนื่องจากสู้หลักฐานที่ลูกสาวคนดังกล่าวเอามาต่อสู้อ้างว่ามีลายเซ็นต์ของตนในโฉนดที่ดินชัดเจนและลายเซ็นต์ตอนถอนเงินด้วย ทั้ง ๆ ที่ตนถูกลูกสาวหลอกให้เซ็นชื่ออ้างว่าจะเอาไปทำโฉนดใหม่ ซึ่งตนจะเดินหน้ายื่นศาลฎีกาสู้คดีต่อและเดินหน้าร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชและหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ เพื่อทวงความเป็นธรรมคืนกลับมาให้ได้ ตนจะสู้จนตายจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมและได้ทรัพย์สินทั้งคืนมาจากลูกสาวจอมเนรคุณ คนดังกล่าว ตนจึงอยากจะวิงวอนให้หน่วยที่ใดก็ได้เข้ามาช่วยเหลือตนด้วย

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/ นครศรีธรรมรา
29 ก.พ. 2567