วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

สุดสะเทือนใจสาวชุมพรหอบ 5 ชีวิตพร้อมน้องชายป่วยติดเตียงเหลือแค่หนังหุ้มกระดูกตามหาท้าวแชร์ข้ามจังหวัดแต่ไร้เมตตาโดนไล่ไม่ใยดี

03 มี.ค. 2024
2014

 

(3 มี.ค. น.ส.เพ็ญพักตร์ เต๊ะเปีย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/24 /ซอย เจริญยนต์ ต.ขันเงิน อ.หลังสวน.จ.ชุมพร เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากเดินทางมาจาก อ.หลังสวน พร้อมพาน้องชายที่ป่วยติดเตียง สภาพเหลือแต่หลังหุ้มกระดูกมาตามหาบ้านท้าวแชร์ใน ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อวิงวอนขอร้องให้จ่ายเงินค่าแชร์จำนวน 7,500 บาทให้กับตน เนื่องจากมีภาระและความจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้จ่าย เลี้ยงลูกและน้องชายวัย 34 ปีที่ป่วยเป็นอัมพาตติดเตียงผอมแห้งเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้น แต่กลับไม่ได้รับความเมตตจากท้าวแชร์ และยังถูกสามีและพ่อตา แม่ยายของท้าวแชร์ ดุด่าอย่างหยาบคายและท้าให้ไปหาหลักฐานแจ้งความหรือฟ้องร้องเอาเอง
น.ส.เพ็ญพักตร์ เล่าเรื่องราวว่า ตนมีสามีและลูก 2 คนอายุ 7 ขวบ และ 5 ขวบ เช่าบ้านอาศัยอยู่ในซอยเจริญยนต์ ต.ขันเงิน.อ.หลังสวน.จ.ชุมพร อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คนรวมทั้งน้องชาย อายุ 34 ปี ที่ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ในขณะที่สามีอายุ 41 ปี ทำงานรับจ้างร้านซ่อมรถ จยย. ได้ค่าจ้างวันละ 300-400 บาท ก่อนหน้าที่ตนต้องรับภาระเลี้ยงดูแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตเช่นกัน ในแต่ละเดือนต้องพาแม่ไป รพ.หลายครั้งซึ่งมีความยากลำบากกับการเดินทางเป็นอย่างมาก ในที่สุดสามีไปพบว่าเขาขายรถยนต์กระบะเก่า ๆ ตกรุ่น จึงขอซื้อเขามาและผ่อนชำระไปเรื่อย ๆ เพื่อจะได้นำแม่ส่ง รพ.ตามที่แพทย์นัดได้อย่างสะดวด จนแม่มาเสียชีวิตเมื่อ 3 ปีก่อน แต่หลังแม่เสียชีวิตไม่นานน้องชายกมาส้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตกกลายเป็นตนพิการติดเตียงต่อจากแม่อีกคน ตนและจึงเหลือภาระในการดูแลน้องชายพิการอัมพาต ยังโชคดีที่หน่วยงานราชการยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องเงินช่วยเหลือผู้พิการ และเครื่องอุปโภคบริโภค อยู่เป็นประจำ
“ตนและสามียังยายายามเก็บสะสมของเก่าต่าง ๆ ที่พบตามริมถนนมารวมกันไว้เพื่อรวบรวมไปขายหารายได้เสริม เราอยู่กันอย่างยากลำบาก และตนตนไม่สามารถออกไปทำงานได้เต็มที่เพราะต้องดูแลลูก 2 คน เมื่อลูกไปโรงเรียนก็ต้องปรนนิบัติดูแลน้องชายที่ป่วยติดเตียงเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ต้องหยอดน้ำหยอดนมทางสายยางวันละ 3 มื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ตัดสินใจเล่นแชร์ออนไลน์กับท้าวแชร์ชาว ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชชื่อ “เจ้แบงค์ ณัฐพร” หวังว่าจะได้มีเงินก้อนซื้อข้าวของเครื่องใช้ในครอบครัวบ้างโดยมีการตกลงกันว่าตนและลูกค้าจะได้เงินแชร์มือที่เท่าใดตามลำดับ จนเมื่อถึงคิวที่ตนจะได้รับเงินแชร์ 7,500 บาท แต่ท้าวแชร์กับไม่ยอมจ่ายให้ตน ในตอนแรก ๆ ก็ขอผัดผ่อน โดยตนวิงวอนขอร้องให้ผ่อนจ่ายแค่วันละ 100 บาท เพื่อจะได้มีเงินซื้ออาหาร ซื้อนม และแพมเพิส ให้ลูกและน้องชายที่พิการติดเตียงกิน เมื่อตนทวงหลายครั้งก็ไม่พอใจและประกาศว่าจะไม่จ่ายให้ตนแม้แต่บาทเดียว และทำการบล็อกปิดการติดต่อกับตนทุกช่องทาง

น.ส.เพ็ญพักตร์ กล่าวเสียงละห้อยอีกว่า ตนเดือดร้อนมาก ๆ เงินที่ท้าวแชร์ค้างจำนวน 7,500 บาท อาจจะไม่มากสำหับคนทั่วไป แต่มันมีความหมายมากสำหรับครอบครัวตน บางช่วงไม่มีเงินเหลือเลยต้องนำของเก่าที่เก็บสะสมไปขายได้มา 10-20 บาทก็เอาไปซื้อนม 1 กล่องมาหยอดทางสายยางให้น้องชายกิน โชคดีที่มีทางราชการที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามารช่วยเหลือเรื่องข้าวสาร อาหารแห้ง และได้นมโรงเรียนของลูก 2 คนมากินที่บ้าน แต่น้องชายกินนมโรงเรียนไม่ได้ ท้องจะเสียรุนแรง ตนตัดสินใจรวบรวมเงินที่มีอยู่ในครอบครัวทั้งหมดได 1,000 ยาทเศษ เพื่อค่าใช้จ่ายเติมน้ำมันรถ และยกน้องชายพิการติดเตียงใส่รถไปด้วยจากนั้นทั้ง 5 ชีวิตได้มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช สืบเสาะหาบ้านของ“เจ้แบงค์ ณัฐพร”ท้าวแชร์ จนพบแต่กราบวิงวอนขอร้องให้ช่วยจ่ายเงินค่าแชร์ 7,500 บาททั้งหมดก็ขอให้โอนต่ายคืนให้ตนวันละ 100 บาก็ได้อย่างน้อยตนพอจะมีเงินไปซื้อน้ำซื้อนมมาหยอดทางสายยางให้น้องชายพิการติดเตียงได้ แต่เขากลับไม่เอ็นดู สงสาร ไม่ยอมให้ ไม่ใยดีใด ๆ ทั้งสิ้น มิหนำซ้ำ ทั้งตัวท้าวแชร์ สามี และคนในครอบครัวพูดจากดูหมิ่น เหยียดหยาม และยังท้าทายให้ตนไปหาพยานหลักฐานไปแจ้งความกับตำรวจหรือฟ้องร้องเอาเอง

“ตนเสียใจ น้อยใจอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าคนเมืองนครศรีธรรมราช จะใจไม้ไส้ระกำได้ถึงขนาดนี้ ยอมรับว่าตนสามีและครอบครัว 5 ชิวิตมันมืดไปหมด มืดแปดด้านทำอะไรไม่ถูกเลย จนมีชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เห็นสภาพของพวกเราเข้าแนะนำให้ตนและสามีมาขอความช่วยเหลือศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์มาด้วย”
ซึ่งในเบื้องต้นผู้สื่อข่าวได้ให้คำแนะนำและช่วยเหลือเบื้องต้น และรับปากว่าจะประสานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อหาทางระดมทุนช่วยเหลือครอบครัว น.ส.เพ็ญพักตร์ อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้ใจบุญที่มีเมตตาต้องการช่วยเหลือประสานงานขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 081-6761299 ซึ่งหลังจากนั้นครอบครัวของ น.ส.เพ็ญพักตร์ จะพากันเดินทางกลับไปบ้านใน อ.หลังสวน จ.ชุมพรต่อไป

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/ นครศรีธรรมราช
3 มี.ค.2567