วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

เป็นลมเข่าทรุด!!เกษตรกรเปิดบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำถึงกับเข่าทรุดเป็นลม หลังพบกุ้งกุลาดำหายเกลี้ยงเหลือ “ปลาหมอคางดำ” เต็มบ่อแทน-สภาเกษตรกรวิงวอนจังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินเร่งด่วน-หวังงบจาก อปท.ช่วยสนับสนุนกำจัด ชี้หากรองบจากรัฐบาลกลางคงทันการณ์แน่นอน

จากกรณีที่นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต อ.ปากพนัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอศ๊คางดำ” หรือที่รู้จักกันในนาม “ปลาหมอคางดำ” ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็น “เอเลี่ยนสปีชีส์”หรือสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและทำลายสัตว์น้ำประจำถิ่น ตามแหล่งน้ำธรรมชาติหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร ก่อนหน้านี้มีรายงานพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำสร้างปัญหาใน 13 จังหวัดของไทย ประกอบด้วย กรุงเทพฯ สมุทรสงคราม ระยอง ราชบุรี จันทบุรี เพชรบุรี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรปราการ ชุมพร สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี สงขลา และล่าสุดแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นเป็นจังหวัดที่ 14 คือจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะ 2 อำเภอ คือ อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร จนล่าสุดประมงจังหวัดเตรียมประกาศพื้นที่แพร่ระบาด และดีเดย์กำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่บ่อบำบัดน้ำเสีย 40 ไร่เป็นปฐมฤกษ์ในวันที่ 14 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ในขณะที่ชาวประมงเรียกร้องให้จังหวัดเน่งประพาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้ อปท.ในพื้นที่สามรถจัดงบประมาณสนับสนุนการกำจัดปลาหมอคางดำได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

(29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่าชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ในเขต อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร ได้แจ้งนายไพโรจน์ รัตนรัตน์ ในฐานะสมาชิกสภาเกษตรกร จ.นครศรีธรรมราชว่า ปลาหมอคางดำ หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “ปลานิลแก้มดำ” ได้แพร่กระจายเข้าไปในในบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง นอกจากจะกินลูกกุ้ง ลูกปลาจนแทบเกลี้ยงบ่อแล้วยังแย่งกินอาหารกุ้ง อาหารปลา จนปลาและกุ้งที่รอดตายผอมแห้งผิดปกติ เกษตรกรขาดทุนป่นปี้ จึงอยากให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการกำจัดปลาหมอคางดำโดยเร็วที่สุด

 

 

นายเอกชัย ทรัพย์นวล อยู่บ้านเลขที่ 177/1 หมู่ที่ 10 ต ขนาบนาก อ ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เกษตรอาชีพเลี้ยงกุ้งกุชาดำ กล่าวว่า ตนปล่อยกุ้งกุลาดำเลี้ยงในบ่อเลี้ยงกุ้ง เนื้อที่ ประมาณ 2 ไร่ ในช่วงแรก ๆ ก็รู้สึกดีใจเพราะเข้าใจว่าลูกกุ้งที่เลี้ยงกินอาหารดี เติบโตเร็ว แต่เมื่อถึงเวลาใกล้จะจับกุ้งขาย พบว่าในบ่อเลี้ยงมีกุ้งน้อยผิดปกติ แต่กุ้งแต่ละตัวผอมโซ หรือที่เรียกว่ากุ้งกรอบแก๊บ มาทราบสาเหตุภายหลังว่าในบ่อเลี้ยงมีปลาหมอคางดำอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อให้อาหารกุ้งตามปกติ ปลาหมอคางดำก็แย่งอาหารกินจนกุ้งไม่สามารถกินอาหารได้ทัน ทำให้กุ้งผอมกรอบแก๊บ จึงรีบโปรยกากชาในบ่อเพื่อฆ่าปลาหมอคางดำ แต่มันตายไม่หมดและกลับมาขยายพันธุ์รวดเร็วมาก เมื่อใส่กาดชามาก ก็จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของกุ้งกุลาดำ ในที่สุดเมื่อถึงวันจับขายพบว่ากุ้งในบ่อเหลือน้อย และผอมโซ ในบ่อกลับมีปลาหมอคางดำจำนวนมาก สรุปการเลี้ยงกุ้งกาดำในรอบนี้กลับมาเป็นการเลี้ยงปลาหมอ คางดำแทนขาดทุนขาดทุนยับเยิน

ในขณะที่ชาวบ้านอีกครอบครัวหนึ่งที่หันมาประกอบอาชีพจับปลาหมอคางดำไปขาย กก.ละ 20 บาท ร่วมกันจับได้วันละ 400-500 กก. ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นอาชีพเดียวที่สร้างรายได้ให้ครอบครัว หากทางราชการมีโครงการดีเดย์จับปลาหมอคางดำ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพราะจับขายตามปกติอยู่แล้ว

 

 

นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งหลายราย กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก ในขณะที่ทางกรมประมง และจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังไม่มีงบประมาณมาดำเนินการปัญกากำจัดปลาหมอคางดำ ฤดูฝนที่น้ำจะไหลหลากท่วมก็ใกล้ข้ามาเรื่อยๆ และจะทำปลาหมอคางดำแพร่กระจายขยายวงกว้างเต็มพื้นที่ อ.ปากพนัง อ.หัวไทร และใกล้เคียงอื่น ๆ เช่น อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ชะอวด และ อ.เมืองอย่างแน่นอน การรองบประมาณจากรัฐบาลจึงเป็นความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก เพราะการไล่ล่ากำจัดจึงต้องเร่งดำเนินการให้หมดไปจากพื้นที่ก่อนช่วงฤดูฝน ทางสหกรณ์ประมงลุ่มน้ำปากพนังก็ช่วยสนับสนุนได้แค่ครั้งแรก 23,000 บาทที่กำหนดวันดีเดย์ วันที่ 14 ก.ค.นี้ในพื้นที่ 40 ไร่เท่านั้น หลังจากนั้นจะทำอย่างไร หนทางเดียวที่จะมีงบประมาณมาดำเนินการระหว่างรองจากรัฐบาลคืองบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต.หรือเทศบาล และ อบจ. แต่ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณมาช่วยได้เพราะผิดระเบียบทางราชการ ยกเว้นจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินมารองรับเท่านั้น

“หากจังหวัดไม่ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน สภาเกษตรกร จะนิ่งเฉยดูดายรอให้เกิดความเสียหายกับเกษตรกรโดยไม่ได้ทำอะไรเลยคงไม่ได สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงขอเรียกร้องให้จังหวัดรีบประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน จากการแพร่ระบาดคุกคามของปลาหมอคางดำ มหัตภัยร้ายจากต่างแดน หรือจะถึงคราที่อาชีพประมงของกลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในลุ่มน้ำปากพนังจะล่มสลายเพราะเจ้า “ ปลาหมอคางดำ” ที่เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์จากต่างแดนในคราวนี้หรืออย่างไร” นายไพโรจน์ กล่าว

 

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา/ นครศรีธรรมราช
28 มิ.ย.2567