วันพฤหัสบดี, 18 กรกฎาคม 2567

วิงวอน!!“เอกชัย ทรัพย์นวล”หนุ่มนากุ้งเมืองคอนยื่นหนังสือขอรับการช่วยเหลือต่อยอดอาชีพเลี้ยงกุ้งกุลาดำ-หลังพ่ายแพ้ภัย “ปลาหมอคางดำ”

ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ที่ในปัจจุบันกลายเป็น “เอเลี่ยนสปีชีส์” หรือสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและทำลายสัตว์น้ำประจำถิ่น ตามแหล่งน้ำธรรมชาติหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงอย่างหนักในพื้นที่ 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางสหกรณ์ผู้เสียงกุ้งปากพนัง ชมรมผู้เลี้ยงกู้สงขลา-นครศรี ได้จัดงบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำ ในบ่อบำบัดน้ำเสียบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียเนื้อที่ 184 ไร่ของโครงการชลประทานเพื่อการเลี้ยงกุ้งทะเลบ้านหน้าโกฐิ หมู่ 10 ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 14 ก.ค. 2567 ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป ในขณะที่ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ประชาสำพันธ์โครงการโดยการประกาศจับตาย คดีแดงที่ 14/06/2567 ,ปราบวายร้ายแห่งลุ่มน้ำ กำจัดให้สิ้นซาก ซึ่งสื่อมวลชนนำนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง สร้างความสนใจจากนักตกปลา นักล่าปลาทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง ตามที่เสนอข่าวไปต่อเนื่องแล้วนั้น

 

(9 ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระแสการร่วมกิจกรรมคิกออฟกำจัดปลามอคางดำ ในวันที่ 14 ก.ค. 2567 ในบ่อบำบัดน้ำเสียบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียเนื้อที่ 184 ไร่ของโครงการชลประทานเพื่อการเลี้ยงกุ้งทะเลบ้านหน้าโกฐิ หมู่ 10 ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชสร้างความกระตือรือร้นและการเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยทีมนักล่าหรือพรานปลาจากต่างอำเภอ และต่างจังหวัดทั้ง กระบี่ สงขลา ตรังและพัทลุง ได้ประสานผ่านายไพโรจน์ รัตนรัตน์ และสหกรณ์ผู้เสียงกุ้งปากพนัง รวมทั้งชมรมผู้เลี้ยงกู้สงขลา-นครศรี ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคเอกชนที่สนับสนุนการปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำดังกล่าว ทำให้อดจำนวนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมที่คาดไว้ในเบื้องต้นว่าประมาณ 200 คนเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 300 คนอย่างแน่นอน นอกจากนี้มีบรรดาพ่อค้า แม่ค้าจากต่างพื้นที่แจ้งความจำนงขอมาตั้งจุดรับซื้อ กก.ละ 20 บาทอีกหลายรายอีกด้วย
ในขณะที่นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ สมาชิกสภาเกษตรกร และแกนนำในการเคลื่อนไหวเรียกนร้องให้กำจัดปลาหมอคางดำ พร้อม นายเอกชัย ทรัพย์นวล อายุ 50 ปี ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ในโครงการชลประทานเพื่อการเลี้ยงกุ้งทะเลบ้านหน้าโกฐิ หมู่ 10 ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และโดนภัยปลาหมอคางดำ“เอเลี่ยนสปีชีส์”จากต่างแดนสุดอันตราย แพร่ระบาดกินทั้งอาหารกุ้งและกินลูกกุ้งในบ่อจนเกลี้ยงขาดทุนย่อยยับ กว่า 3 แสนบาททำให้เดือดร้อนไม่มีเงินทุนในการประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งกุลาดำในรอบต่อไป จึงเดินทางมายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากกรมประมง และรัฐบาลผ่านกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธารรมราช โดยมีนายกิตติพงษ์ มอบหมายให้นายเดชาธร ตันทนทินภัทร ปลัดอำเภอ รับหนังสือแทน
นายเอกชัย ทรัพย์นวลกล่าวว่า ตนได้รับความเสียหายจากปลาหมอคางดำ ได้เช้าบุกรุกคุกคามเข้าบ่อเพาะเลี้ยงกุ้ง ได้กินกุ้งหมดบ่อในบ่อเลี้ยงกุ้ง ทำให้หมดเงินทุนในการต่อยอดประกอบอาชีพ เพราะทุนหายกำไรหด หมดตูดกว่า 3 แสนบาท ประกอบด้วยค่าเตรียมบ่อ ค่าครุภัณฑ์ ค่าพันธุ์ลูกกุ้งค่าไฟฟ้า ค่าเสื่อมสภาพจิตใจในการประกอบอาชีพและได้ร้องเรียนผ่านแจ้งให้สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับทราบเบื้องต้นแล้ว

นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ ให้ดำเนินการช่วยเหลือประสานงานให้ ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการสำรวจความเสียหาย กระผมได้ทำหนังสือแจ้งให้ท่านนายอำเภอได้รับทราบปัญหา ในต้านสภาพจิตใจ การลงทุนลงแรง ขาดทุน หมดเนื้อหมดตัว ให้ท่านได้สั่งการประมงอำเภอปากพนังได้ลงสำรวจความเสียหาย และเรียกร้องให้ชดเชยเยียวยาให้นายเอกชัย และเกษตรกรรายอื่น ๆ ทั่วประเทศด้วย ตนอยากกราบวิงวอนกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งรัฐบาลเอาจริงเอาจัง อย่านิ่งนอนใจปัญหามีนลุกลามขยายผล ขยายพื้นที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เร่งดำเนินการอนุมัติงบประมาณให้แต่ละจังหัดดำเนินการตามมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ ก่อนที่ปัญหาจะแพร่ระบาดขยายลุกลามรุนแรงไปมากกว่านี้

“เงินงบประมาณเพื่อการนี้คงไม่ต้องกู้เงินจากต่างประเทศเหมือนที่ทุกรัฐบาลขอกู้มาตลอดเพื่อช่วยโครงการคนร่ำคนรวย โดยรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชาวบ้านในระดับฐานราก ซึ่งหากยังไม่มีงบประมาณก็ให้แต่ละจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่สามารถจัดงบประมาณเข้ามาสนับสนุนการกำจัดปลาหมอคางดำได้เป็นการเบื้องต้น ก่อนที่กรมประมงหรือรัฐบาลจะมีงบประมาณสนับสนุนดำเนินการอย่างจริงจัง” นายไพโรจน์ กล่าว

 

 

 

ไพฑูรย์ อินทศิลา / จ.นครศรีธรรมราช
9 ก.ค.2567